สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดเชียงรายเริ่มคลี่คลายลงในหลายพื้นที่ หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านห้วยเย็น หมู่ 7 ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ ซึ่งส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรเสียหายประมาณ 20 หลังคาเรือน และต้องปิดการจราจรชั่วคราวบนถนนสายเชียงของ-เชียงแสน บริเวณหน้าทางขึ้นวัดเทพนิมิต ระหว่างกิโลเมตรที่ 80-82 ล่าสุดเช้าวันนี้ ดินโคลนและสิ่งกีดขวางได้รับการเคลียร์แล้ว ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติ
ฝนตกหนัก 102 มิลลิเมตรใน 12 ชั่วโมงที่แม่สาย
อุทกวิทยาที่ 4 เชียงแสน สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 กรมทรัพยากรน้ำ รายงานว่า เมื่อเวลา 03.50 น. ที่ผ่านมา สถานีเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ในพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมงได้สูงถึง 102.0 มิลลิเมตร ขณะที่เรดาร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยายังคงพบกลุ่มเมฆฝนปกคลุมและมีฝนตกซ้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลากซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ
เสริมแนวบิ๊กแบ็กและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่แม่สาย
สำหรับความคืบหน้าการป้องกันพื้นที่อำเภอแม่สาย ตลอดแนวริมน้ำสายตั้งแต่บ้านถ้ำผาจมไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ล่าสุด กองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันเสริมแนวบิ๊กแบ็กและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีความสูงเพียงพอที่จะรองรับน้ำป่าได้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกอุ่นใจขึ้น
ชาวบ้านริมน้ำใช้ชีวิตปกติแต่เตรียมพร้อม
ชาวบ้านในชุมชนริมน้ำ เช่น บ้านถ้ำผาจม บ้านเกาะทราย บ้านผามควาย ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่เตรียมความพร้อมด้วยการยกของขึ้นที่สูง ส่วนที่บ้านเกาะทราย ซึ่งอยู่ติดกับสะพานแม่สายแห่งที่ 1 บ้านเรือนที่มีเกณฑ์ถูกรื้อถอน ปัจจุบันไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว โดยเจ้าของบ้านได้ปิดล็อกและย้ายออกไปพักอาศัยอยู่ด้านนอกเพื่อความปลอดภัย ในส่วนบ้านเรือนประชาชนบางพื้นที่ที่ฝนตกหนักทำให้น้ำระบายไม่ทันยังคงมีน้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำออก
สะพานบ้านปางค่าเสียหาย เร่งซ่อมแซม
นอกจากนี้ บริเวณสะพานบ้านปางค่า ตำบลตับเต่า ซึ่งคอสะพานเกิดการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำกัดเซาะ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการเข้าพื้นที่เพื่อเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด



