ปิดตำนาน 28 ปี สะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี รื้อถอน 15-17 ส.ค. 67
ปิดตำนาน 28 ปี สะพานลอยอโศก-เพชรบุรี รื้อถอน 15-17 ส.ค. 67

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมดำเนินการรื้อถอนสะพานลอยคนข้ามบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้งานมานานถึง 28 ปี โดยมีกำหนดการรื้อถอนระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันถัดไป เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก

รายละเอียดการรื้อถอนและการเบี่ยงเส้นทาง

การรื้อถอนสะพานลอยดังกล่าวจะส่งผลให้ต้องมีการปิดการจราจรบางช่องทางบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี โดยแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา ได้แก่ คืนวันที่ 15 ส.ค. ปิดช่องทางซ้ายสุดของถนนเพชรบุรีฝั่งขาออก (มุ่งหน้าประตูน้ำ) และช่องทางขวาสุดของถนนเพชรบุรีฝั่งขาเข้า (มุ่งหน้าอโศก) คืนวันที่ 16 ส.ค. ปิดช่องทางกลางของถนนเพชรบุรีทั้งสองฝั่ง และคืนวันที่ 17 ส.ค. ปิดการจราจรทุกช่องทางบริเวณแยกชั่วคราว เพื่อดำเนินการรื้อถอนส่วนที่เหลือและทำความสะอาด

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า "การรื้อถอนสะพานลอยแห่งนี้เป็นไปตามแผนงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจำเป็นต้องใช้พื้นที่ใต้ดินบริเวณแยกเพื่อก่อสร้างอุโมงค์ โดยสะพานลอยเดิมจะถูกแทนที่ด้วยทางม้าลายระดับพื้นดินที่มีสัญญาณไฟจราจรและเกาะกลางถนนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อการจราจรและการเดินทาง

ในช่วงเวลาดำเนินการรื้อถอน ผู้ใช้เส้นทางบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรีควรหลีกเลี่ยงหรือวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะในคืนวันที่ 17 ส.ค. ที่จะมีการปิดการจราจรทุกช่องทางชั่วคราว กทม. แนะนำให้ใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น ถนนรัชดาภิเษก ถนนอโศกมนตรี หรือถนนสุขุมวิท เพื่อลดความแออัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สะพานลอยแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2539 เพื่อแก้ปัญหาการข้ามถนนบริเวณแยกที่มีการจราจรหนาแน่น แต่ปัจจุบันโครงสร้างเริ่มทรุดโทรมและไม่สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในอนาคต การรื้อถอนครั้งนี้จะช่วยให้การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกซึ่งเชื่อมต่อระหว่างบางกะปิ-ตลิ่งชัน ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2570

มาตรการรักษาความปลอดภัยและการจัดการ

กทม. ได้ประสานงานกับตำรวจจราจรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยจะมีการตั้งจุดประชาสัมพันธ์และป้ายบอกทางชั่วคราว รวมถึงเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำตลอดระยะเวลาการรื้อถอน นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ฝนตกหนักหรืออุปกรณ์ขัดข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกำหนด