บอร์ด รฟท. ไฟเขียวจัดซื้อรถจักรบำรุงทาง 23 คัน มูลค่า 2,850 ล้านบาท ทดแทนของเก่าอายุ 40 ปี
คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) ได้มีมติอนุมัติการจัดซื้อรถจักรบำรุงทางใหม่จำนวน 23 คัน ด้วยวงเงินงบประมาณสูงถึง 2,850 ล้านบาท เพื่อนำมาทดแทนรถจักรเดิมที่ใช้งานมานานกว่า 40 ปี ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมและมีประสิทธิภาพลดลง การลงทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานซ่อมบำรุงทางรถไฟให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรองรับแผนการขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่และสายใหม่ทั่วประเทศที่กำลังจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงปี 2570 ถึง 2572
รายละเอียดรถจักรบำรุงทางใหม่ที่จัดซื้อ
รถจักรบำรุงทางทั้ง 23 คันที่ได้รับการอนุมัติจัดซื้อประกอบด้วยรถหลายประเภท ดังนี้
- รถลากจูง (Utility Track Vehicle) จำนวน 10 คัน เพื่อทดแทนรถเก่าสำหรับอัดหิน 6 คัน และรองรับภารกิจใหม่สำหรับหน่วยรถเจียรราง 4 คัน
- รถอัดหินต่อเนื่อง 32 ใบอัด (Continuous Tamping Machine) จำนวน 4 คัน เพื่อทดแทนรถเดิมที่ใช้งานมากว่า 40 ปี โดยรถรุ่นใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานเป็น 2 เท่า และเพิ่มความแม่นยำในการอัดหินรองทาง
- รถเกลี่ยหิน (Ballast Regulator) จำนวน 2 คัน และรถสั่นหิน (Ballast Stabilizer Machine) จำนวน 5 คัน เพื่อทดแทนรถเดิมที่สภาพทรุดโทรม ทำให้การปรับสภาพหินโรยทางมีความมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานของ รฟท. และเสริมเสถียรภาพให้หินโรยทางมากขึ้น
- รถล้างหิน (Ballast Cleaner) จำนวน 2 คัน ทดแทนรถเดิมอายุ 40 ปี โดยรถรุ่นใหม่จะเพิ่มขีดความสามารถในการทำความสะอาดและคัดแยกหินโรยทางได้ระยะทางมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า
แผนการดำเนินงานและระยะเวลา
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะรักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า การจัดหารถจักรบำรุงทางใหม่นี้ได้ผ่านกระบวนการคัดเลือกผู้รับจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย รฟท. ได้เชิญชวนผู้ประกอบการที่ผลิตรถในประเทศทุกราย รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานผลิตรถเข้าร่วมการประมูล เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญากับผู้รับจ้างได้ประมาณเดือนมีนาคม 2569 และใช้ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 730 วัน หรือประมาณ 2 ปี ซึ่งคาดว่าจะได้รับรถจักรใหม่ทั้งหมดไม่เกินปี 2571
สำหรับวงเงินจัดซื้อแบ่งตามประเภทรถ ได้แก่ รถอัดหินจากบริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด วงเงินประมาณ 896 ล้านบาท รถเกลี่ยหินจากกิจการค้าร่วม ซีเอบี บริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ชี.เอ..อินโฟ มีเดีย จำกัด วงเงิน 109 ล้านบาท รถสั่นหินจากกิจการค้าร่วม ซีเอบี วงเงิน 693 ล้านบาท รถล้างหินจากบริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด วงเงิน 553 ล้านบาท และรถลากจูงจากบริษัท โรลลิงค์สต๊อก โซลูชั่น จำกัด วงเงิน 598 ล้านบาท
ความจำเป็นเร่งด่วนและผลกระทบ
นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน รฟท. ประสบปัญหาข้อจำกัดด้านเครื่องจักรกลบำรุงทางอย่างมาก เนื่องจากเครื่องจักรหลักที่ใช้งานอยู่ในหน่วยงานบำรุงทางหนักทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพ ตะพานหิน แก่งคอย นครราชสีมา ชุมพร และชุมทางหาดใหญ่ มีสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน โดยมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 20 ถึง 40 ปี ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานบำรุงรักษาทางลดลง ไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการซ่อมบำรุงรถจักรสูงขึ้น และมีการชำรุดขณะทำงานบ่อยครั้ง ในขณะที่ภาระงานดูแลเส้นทางรถไฟมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่ายทางคู่ จึงจำเป็นต้องเร่งเติมเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนทันที เพื่อรักษามาตรฐานด้านการเดินรถให้มีความปลอดภัยและตรงต่อเวลา
แผนการจัดหารถโดยสารใหม่
นอกจากรถจักรบำรุงทางแล้ว รฟท. ยังอยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดการจัดหารถโดยสารใหม่ โดยเฉพาะประเด็นการให้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับ ขร. และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เพื่อกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสม คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้ ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณา เนื่องจากกระบวนการจัดหารถต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 ปี จึงต้องเร่งดำเนินการให้ทันรองรับการเปิดรถไฟทางคู่และรถไฟสายใหม่
การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถไฟ ซึ่งสอดคล้องกับแผนวิสาหกิจการรถไฟฯ (แผนฟื้นฟู) และการขยายโครงข่ายรถไฟในอนาคต



