นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 8/2569 ว่าที่ประชุมได้รับทราบผลการลงทะเบียนและการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เบื้องต้น พร้อมเห็นชอบให้เพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่นจำนวน 5,383,393 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ
กลุ่มตกหล่น 5.38 ล้านคน ถูกนำมาตรวจสอบสิทธิ
กลุ่มเปราะบางดังกล่าวเป็นผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยสำรวจพบระหว่างการลงพื้นที่ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป
ยืนยันไม่ใช้เกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่
สำหรับการคัดกรองคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จะไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้
ทบทวนเงื่อนไขวงเงินสินเชื่อเกษตรกร
ที่ประชุมยังนำความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 มาพิจารณาทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร เนื่องจากสินเชื่อดังกล่าวมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป โดยผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูกและบางกรณีเป็นการเยียวยาภัยพิบัติธรรมชาติ จึงอาจไม่สะท้อนความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อหรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น
เสนอให้ผู้ถือบัตรเดิมได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส
กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันที่จะไม่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นระยะเวลา 2 เดือน ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569 เนื่องจากผู้ถือบัตรดังกล่าวเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในช่วงที่เปิดลงทะเบียน
ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาก่อนประกาศผลการลงทะเบียนตามกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569



