ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2569 ลง หลังจากที่เศรษฐกิจไทยเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศที่ท้าทายมากขึ้น
แรงกดดันจากภายนอก
ปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินโลก และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาท
ปัจจัยภายในประเทศ
ด้านปัจจัยภายใน การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังไม่เต็มที่ ขณะที่กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิพิทักษ์ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวในงานสัมมนาเศรษฐกิจว่า "เราต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทำให้จำเป็นต้องทบทวนประมาณการอีกครั้ง" โดยคาดว่าจะมีการประกาศปรับประมาณการอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งถัดไป
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับลดจีดีพีจะส่งผลกระทบต่อการวางแผนธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออก ขณะที่ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการการคลังและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ ธปท.ยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อกรอบ 1-3% สำหรับปี 2569 แต่ยอมรับว่าความเสี่ยงด้านต่ำมีมากขึ้น จากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อ่อนแอ



