ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.53 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนรอลุ้นผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในคืนนี้ ซึ่งอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยและส่งผลกระทบต่อค่าเงิน ทองคำ และสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ
บาทไร้ทิศทางรอปัจจัยใหม่
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนแถวโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นผลการประชุม FOMC โดยตลาดประเมินว่าเฟดมีโอกาสราว 84% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ในปี 2026
สถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย
แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะดีขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ กดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent หลุดโซน 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่เงินดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เช่นเดียวกับราคาทองคำที่แกว่งตัวใกล้โซน 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะผลการประชุม FOMC ที่มีไฮไลท์คือ Dot Plot ใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากพัฒนาการที่ดีในตะวันออกกลาง แต่เผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นเทคฯ โดยเฉพาะกลุ่ม AI/Semiconductor อาทิ AMD -7.3%, Nvidia -2.6% หลังผู้เล่นเลือกขายทำกำไรก่อนรับรู้ผลประชุม FOMC ดัชนี S&P500 ปิด -0.57% ขณะที่ Nasdaq ปรับตัวลง -1.15%
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น
ดัชนี STOXX600 ของยุโรปปรับตัวขึ้น +0.25% จากอานิสงส์สถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ลดลง ขณะที่หุ้น AI/Semiconductor เผชิญแรงขายทำกำไรเช่นเดียวกัน
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รอคอย Dot Plot
บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แถวระดับ 4.44% หลังผู้เล่นรอลุ้น Dot Plot ใหม่จากเฟด ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองแนวโน้มดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์เสี่ยงเคลื่อนไหวสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
กลยุทธ์การลงทุน
ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะเมื่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4.50% เนื่องจากหากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลงภายในไตรมาส 2 และเงินเฟ้อไม่เร่งตัวสูงขึ้น เฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยในปี 2026 ก่อนลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2027 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า
ค่าเงินดอลลาร์และทองคำไร้ทิศทาง
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวแถวโซน 99.5 จุด ขณะที่ราคาทองคำ (สัญญา COMEX ส่งมอบ ส.ค. 2026) ได้แรงหนุนจากข้อตกลงสันติภาพ แต่ผู้เล่นยังไม่รีบเข้าซื้อเพิ่มเติม รอผลประชุม FOMC ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวไร้ทิศทางแถวโซน 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ไฮไลท์สำคัญคืนนี้
การประชุม FOMC จะรับรู้ในช่วงราว 1.00 น. ตามเวลาประเทศไทย คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50%-3.75% แต่เป็นการประชุมครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh โดยมี Jerome Powell ร่วมเป็นคณะกรรมการ ตลาดจะติดตามการสื่อสารของเฟด โดยเฉพาะ Dot Plot ใหม่ ที่อาจสะท้อนแนวโน้มคงดอกเบี้ยในปีนี้และปีหน้า ก่อนลดดอกเบี้ยสู่ Long-Run Rate
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
นอกจากนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนพฤษภาคม ข้อมูลตลาดบ้าน และยอดสต็อกน้ำมันคงคลังสหรัฐฯ พร้อมจับตาถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ช่วง 20.30 น. ที่อาจพูดถึงข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน
แนวโน้มค่าเงินบาท
เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการในตะวันออกกลาง จนกว่าจะเห็นการลงนามข้อตกลงสันติภาพและการเปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นรูปธรรม ผู้เล่นควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options ในสภาวะที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง
กรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงคาดว่าจะอยู่ที่ 32.35-32.75 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี ระบุว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.52 บาทต่อดอลลาร์ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1% สูงสุดในรอบ 31 ปี
กรอบค่าเงินและกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.40 - 32.70 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 32.40/ขาย 32.70
- EUR/THB 37.50 - 38.00 แนะนำ ซื้อที่ 37.50 /ขาย 38.00
- JPY/THB 0.2000 - 0.2050 แนะนำ ซื้อที่ 0.2000 / ขาย 0.2050



