ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ประชาชนสามารถใช้สิทธิส่วนลดค่าโดยสารรถไฟภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ได้แล้ว โดยโครงการนี้ครอบคลุม 117 สถานีทั่วประเทศ และจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 รัฐบาลหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
รายละเอียดสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" สามารถชำระเงินค่าตั๋วโดยสารรถไฟได้ทุกขบวนและทุกชั้นที่นั่ง ยกเว้นตั๋วหมู่คณะ ตั๋วรายเดือน และตั๋วนำเที่ยว การซื้อตั๋วจะต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ณ สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ 117 แห่งเท่านั้น และสามารถซื้อได้เฉพาะในวันเดินทางเท่านั้น
นอกจากนี้ ผู้ใช้สิทธิสามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใต้วงเงินสนับสนุนที่รัฐบาลกำหนด และยังสามารถใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารอื่น ๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ตั๋วโดยสารที่ซื้อภายใต้โครงการนี้ไม่สามารถขอคืนเงินได้ทุกกรณี หากผู้โดยสารไม่ประสงค์จะเดินทาง
เป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมระบบราง
โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการเดินทาง การลดค่าโดยสารรถไฟจะช่วยให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลง ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางราง ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นางสาวพลอยทะเล กล่าวย้ำว่า "โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มโอกาสในการเดินทางและท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในทุกภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางรางให้เป็นทางเลือกหลักของการเดินทาง"
ข้อควรทราบสำหรับผู้ใช้สิทธิ
ผู้ที่สนใจใช้สิทธิควรตรวจสอบรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 117 แห่ง ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ การซื้อตั๋วจะต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เท่านั้น และต้องซื้อในวันเดินทางเท่านั้น ไม่สามารถซื้อล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิสามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดครั้ง แต่ต้องอยู่ภายในวงเงินสนับสนุนที่รัฐบาลกำหนด
รัฐบาลหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวหลายวัน ทำให้ประชาชนมีโอกาสเดินทางมากขึ้น



