ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 ลงเหลือ 2.7% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.0% โดยระบุว่าผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการส่งออกของไทย
สาเหตุหลักที่ทำให้ GDP ไทยชะลอตัว
SCB EIC ระบุว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 2.0% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.5% โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และชิ้นส่วน
นอกจากนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนและสหรัฐฯ ยังส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าไทยในตลาดโลก โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะขยายตัว 3.0% ลดลงจากปี 2567 ที่ 3.2%
ปัจจัยภายในประเทศที่ต้องจับตา
ศูนย์วิจัยฯ ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายภายในประเทศ เช่น หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึง 89.6% ของ GDP ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคภายในประเทศ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้ากว่าคาด และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม SCB EIC ยังคงมุมมองว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และการบริโภคภาคเอกชนที่ยังขยายตัวได้ในระดับหนึ่ง
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
SCB EIC เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “การปรับลดประมาณการ GDP สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของไทย เราจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับ”
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชน
การชะลอตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของประชาชน โดยเฉพาะในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ขณะที่ธุรกิจ SMEs อาจเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัว SCB EIC แนะนำให้ผู้ประกอบการกระจายความเสี่ยงทางการค้าไปยังตลาดอื่นๆ เช่น อาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบด้านราคาสินค้าส่งออกได้บ้าง โดย SCB EIC คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.50-35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568
แนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาว
SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะจากการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีชีวภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก



