รมว.คลัง ยันไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% ในปี 2568
รมว.คลังยันไม่ขึ้น VAT เป็น 10% ในปี 2568

นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากอัตราปัจจุบันที่ 7% เป็น 10% ในปีงบประมาณ 2568 ตามที่มีกระแสข่าวออกมา โดยย้ำว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นหลัก

รัฐบาลยืนยันไม่ขึ้น VAT

นายพิชัยกล่าวว่า "รัฐบาลไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% อย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน" ทั้งนี้ อัตรา VAT ปัจจุบันอยู่ที่ 7% มาตั้งแต่ปี 2540 และมีการต่ออายุเรื่อยมา โดยล่าสุดต่ออายุถึงวันที่ 30 กันยายน 2568

การยืนยันครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่มีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจพิจารณาปรับขึ้น VAT เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งนายพิชัยย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น และรัฐบาลมีมาตรการอื่นในการจัดหารายได้ เช่น การจัดเก็บภาษีจากเศรษฐกิจดิจิทัล และการปราบปรามการทุจริต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังเดินหน้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังกล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการ เช่น โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดค่าครองชีพ เช่น การตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และการลดค่าไฟฟ้า

นายพิชัยกล่าวว่า "รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ออกมาล้วนมุ่งเน้นการลดภาระและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

การยืนยันว่าไม่ปรับขึ้น VAT ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีอาจทำให้การตัดสินใจทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ดร.ธนวรรณ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า "การที่รัฐบาลยืนยันไม่ขึ้น VAT เป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจ เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น และสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ"

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าในระยะยาว รัฐบาลอาจต้องพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากหนี้สาธารณะของไทยอยู่ในระดับสูง แต่สำหรับปี 2568 ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน