ซีพีเอฟเปิดโรงงานอาหารสัตว์แห่งใหม่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซีพีเอฟเปิดโรงงานอาหารสัตว์ใหญ่สุดในอาเซียน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพีเอฟ (CPF) ได้เปิดดำเนินการโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งถือเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 240,000 ตันต่อปี การลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการโปรตีนที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน

รายละเอียดของโรงงานแห่งใหม่

โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสระบุรี บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ประกอบด้วยสายการผลิตที่ทันสมัยครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการรับวัตถุดิบ การผสม การอัดเม็ด ไปจนถึงการบรรจุและจัดเก็บ โดยใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบบริหารจัดการด้วยซอฟต์แวร์ ERP เพื่อควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า “โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายกำลังการผลิตของบริษัท เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารโปรตีนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทยเองที่ยังมีศักยภาพในการบริโภคเพิ่มขึ้น”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้

โรงงานแห่งนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เช่น ระบบผสมวัตถุดิบด้วยคอมพิวเตอร์ควบคุม (Computerized Batching System) ที่มีความแม่นยำสูง และระบบอัดเม็ดด้วยแรงดันสูงที่ช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังมีระบบบำบัดฝุ่นและกลิ่นที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

ซีพีเอฟยังได้นำระบบ IoT (Internet of Things) มาใช้ในการตรวจสอบและควบคุมการผลิตแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนสูตรอาหารได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการแข่งขันในตลาด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชุมชน

การเปิดโรงงานครั้งนี้จะช่วยสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ประมาณ 200 ตำแหน่ง รวมถึงการจ้างงานทางอ้อมในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่งและการบริการ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค เนื่องจากอาหารสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อบริโภค

นายประสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศ โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทย แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารสัตว์ของภูมิภาคให้ทัดเทียมระดับโลก”

แนวโน้มตลาดอาหารสัตว์ในอาเซียน

ตลาดอาหารสัตว์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าความต้องการอาหารสัตว์จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3-4 ต่อปี จากการขยายตัวของประชากรและการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้น ซีพีเอฟในฐานะผู้นำตลาดจึงต้องเตรียมพร้อมรองรับความต้องการนี้ด้วยการขยายกำลังการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก (Kitchen of the World) โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์ที่ไทยมีศักยภาพสูง