ก้าวไกลยื่นญัตติด่วนซักฟอกนายกฯ ปมม็อบนับหมื่นปิดทำเนียบ
ก้าวไกลยื่นญัตติด่วนซักฟอกนายกฯ ปมม็อบนับหมื่น

พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เป็นกรณีด่วน หลังกลุ่มผู้ชุมนุมนับหมื่นคนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก โดยระบุว่านายกฯ ขาดภาวะผู้นำและบริหารประเทศล้มเหลว

ญัตติด่วนซักฟอกนายกฯ

นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ญัตติดังกล่าวมีเนื้อหากล่าวหานายกฯ เศรษฐา ว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมที่นำไปสู่ความรุนแรงและการปิดล้อมสถานที่ราชการ ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ชุมนุมเข้าร่วมกว่า 5 หมื่นคน ตามการประมาณของเจ้าหน้าที่

“นายกฯ เศรษฐาล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จนนำไปสู่การชุมนุมใหญ่ที่ไร้ทางออก เราจึงจำเป็นต้องใช้กลไกรัฐสภาตรวจสอบ” นายชัยธวัธกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดข้อกล่าวหา

ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การบริหารเศรษฐกิจที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น 2. การจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่เกินมาตรฐาน 3. การละเลยปัญหาหนี้สินเกษตรกร 4. การไม่สามารถควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในกรอบกฎหมาย และ 5. การใช้อำนาจโดยมิชอบในการสั่งการเจ้าหน้าที่ปราบปรามผู้ชุมนุม

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ญัตตินี้มี ส.ส. ลงชื่อร่วมสนับสนุนแล้วกว่า 50 คน ซึ่งเพียงพอตามข้อบังคับการประชุมสภา โดยคาดว่าจะบรรจุวาระการประชุมได้ในสัปดาห์หน้า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากรัฐบาล

ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดในสภา และยืนยันว่าทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม “ผมไม่กลัวการซักฟอก เพราะเราทำงานด้วยความโปร่งใส ประชาชนจะเห็นเองว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรไปบ้าง” นายกฯ กล่าว

ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การยื่นญัตติซักฟอกถือเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน แต่ควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง

ผลกระทบต่อการเมือง

การยื่นญัตติด่วนครั้งนี้ส่งผลให้บรรยากาศการเมืองไทยกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมามีการชุมนุมของกลุ่มประชาชนหลายครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมบางส่วนแล้ว

นักวิเคราะห์มองว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้อาจเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลเศรษฐา หากไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ อาจนำไปสู่การลาออกหรือการยุบสภา แต่หากผ่านพ้นไปได้ ก็จะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับรัฐบาล

ทั้งนี้ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ จะถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 3 มีนาคม 2568 โดยคาดว่าจะใช้เวลาอภิปราย 3 วัน ก่อนลงมติในวันที่ 5 มีนาคม