พาณิชย์ชง ครม. 21 ก.ค. ดันข้าวแกงไทยช่วยไทย 40 บาทต่อจาน ลดค่าครองชีพ
พาณิชย์ชง ครม. 21 ก.ค. ดันข้าวแกงไทยช่วยไทย 40 บาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอโครงการ “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” ต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยมีเป้าหมายให้ร้านค้ากว่า 200,000 ร้านทั่วประเทศจำหน่ายข้าวแกงราคาประหยัดจานละ 40 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน โครงการนี้ต่อยอดจาก “ไทยช่วยไทย พลัส” และจะดำเนินการอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่แทรกแซงกลไกตลาด แต่สนับสนุนร้านค้าที่สมัครใจเข้าร่วม ซึ่งต้องประกาศราคา เมนู และเงื่อนไขการใช้สิทธิอย่างชัดเจน

รายละเอียดโครงการและงบประมาณ

กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการ เช่น จำนวนสิทธิ วงเงินอุดหนุน ราคาอาหาร และรูปแบบการดำเนินการ ก่อนเสนอให้กระทรวงพาณิชย์นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. แหล่งงบประมาณอาจมาจากงบกลางหรือพระราชกำหนดเงินกู้ แนวคิดเบื้องต้นกำหนดราคา 40 บาทต่อจาน แต่ยังต้องพิจารณาต้นทุนวัตถุดิบอีกครั้ง หาก ครม. เห็นชอบ โครงการจะเริ่มดำเนินการทันที โดยตั้งเป้าช่วยเหลือประชาชนในวงกว้าง

ราคาสินค้าหลังน้ำมันลด อาหารตามสั่งยังลดไม่ได้

นางศุภจีกล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันพืชและปุ๋ยจะปรับลดลงแล้ว แต่สินค้าบางประเภท เช่น อาหารตามสั่ง ยังไม่สามารถลดราคาได้ เนื่องจากมีต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าแรง ค่าเช่า และต้นทุนแฝงอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องรับภาระ จึงต้องพิจารณาความเป็นธรรมทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาน้ำมัน ยกตัวอย่างราคาไข่ไก่ที่ปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง จากผลผลิตลดลง ความต้องการบริโภคช่วงเปิดภาคเรียน และต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น สะท้อนว่าการกำหนดราคาสินค้าเชื่อมโยงกันทั้งห่วงโซ่การผลิต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการช่วยค่าครองชีพต่อเนื่อง

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเฮาส์แบรนด์มาลดราคา ขยายสู่ช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการกระจายสินค้า และร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยนำรถพุ่มพวงกว่า 3,000 คัน กระจายสินค้าราคาประหยัดไปยังพื้นที่ห่างไกล

ปรับการสื่อสารเพื่อประชาชน

นางศุภจีกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้หายไปจากการทำงาน แต่เลือกให้ผู้บริหารระดับอธิบดีเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เนื่องจากตนเองมีภารกิจในฐานะรองนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหากรัฐมนตรีเป็นผู้สื่อสารเอง ประชาชนจะรับรู้ข้อมูลได้มากกว่า จึงเตรียมปรับรูปแบบการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนรับทราบความคืบหน้าการทำงานของกระทรวงมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสินค้าเกษตร

การส่งออกปี 2569 ยังโต แม้การค้าโลกผันผวน

การส่งออกของไทยในปี 2569 มีทิศทางที่ดี โดยไตรมาสแรกขยายตัว 23% และเดือนพฤษภาคมขยายตัว 17% ส่วนหนึ่งมาจากผู้ประกอบการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ สำหรับครึ่งปีหลัง เชื่อว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวเป็นบวกอย่างน้อยในระดับเลขหลักเดียว กระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ 58 ประเทศ เร่งผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการ โดยเฉพาะทุเรียนที่ตั้งเป้ามูลค่า 190,000 ล้านบาท ปัจจุบันทำได้แล้วประมาณ 100,000 ล้านบาท

แก้ปัญหาสินค้าเกษตรทั้งระบบ

กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการจัดทำโครงการ “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” เพื่อช่วยลดต้นทุนเกษตรกร โดยให้กระทรวงเกษตรกำหนดสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ก่อนพิจารณารูปแบบการสนับสนุนร่วมกับ ธ.ก.ส. ส่วนกรณีมาเลเซียจำกัดการนำเข้ากุ้งจากไทย กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปเจรจาร่วมกับกรมประมง จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย พร้อมเตรียมกระจายผลผลิตภายในประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง