ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกทำให้การค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยโลกถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มการค้าหลัก ได้แก่ กลุ่มสหรัฐฯ กลุ่มจีน กลุ่มยุโรป และกลุ่มประเทศที่เป็นกลางอย่างประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้การค้าขายจำกัดอยู่ภายในกลุ่มของตนเองมากขึ้น ห่วงโซ่อุปทานต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ผู้ประกอบการไทยจึงต้องทำความเข้าใจและเลือกกลุ่มเพื่อหาโอกาสทางการค้า
ไทยฐานะคนกลาง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเปิดประตูการค้า
ดร.กิริฎา เน้นย้ำว่าประเทศไทยมีสถานะเป็นกลาง จึงสามารถเจาะตลาดได้ทุกกลุ่ม โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่เปิดประตูให้ภาคธุรกิจไทยเข้าถึงกลุ่มการค้าต่างๆ อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้กล่าวหาประเทศคู่ค้าและลงโทษด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า
สหรัฐฯ กล่าวหาไทย 2 คดี เสี่ยงถูกเก็บภาษีซ้อน
ปัจจุบันไทยถูกสหรัฐฯ กล่าวหาใน 2 คดี ได้แก่ คดีแรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาไทยและอีก 60 ประเทศว่าไม่มีมาตรการป้องกันสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ โดยสหรัฐฯ ประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าจากไทยและอีก 45 ประเทศในอัตรา 12.5% ส่วนอีก 14 ประเทศถูกเก็บ 10% ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ คาดประกาศผลตัดสินภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
คดีที่สองคือกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหา 16 ประเทศ รวมถึงไทยว่ามีการลงทุนเกินตัวจากภาครัฐ ทำให้มีกำลังการผลิตเหลือมากเกินความต้องการ ไทยได้ชี้แจงแล้วว่ากำลังร่างกฎหมายป้องกันการนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ คาดเข้าสู่สภาในปี 2570 พร้อมยืนยันว่าไม่มีการอุดหนุนจนเกิดการลงทุนเกินตัว สำหรับคดีที่สองยังต้องจับตา เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่ประกาศอัตราภาษี หากตัดสินทั้งสองคดี ภาษีจะถูกจัดเก็บเพิ่มซ้อนทับกัน
ไทยต้องกระจายความเสี่ยง ลดพึ่งพาสหรัฐฯ-จีน
ดร.กิริฎา เสนอแนะให้ไทยกระจายความเสี่ยงทางการค้า โดยลดการพึ่งพาตลาดส่งออกสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันไทยส่งออกไปสหรัฐฯ 21% หรือ 1 ใน 5 ของการส่งออกทั้งหมด และลดการนำเข้าจากจีนที่สูงถึง 25% หรือ 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมด พร้อมเร่งรุกตลาดใหม่ เช่น แอฟริกา ละตินอเมริกา โดยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีอยู่กับ 18 ประเทศ และเตรียมบังคับใช้อีก 3 ฉบับในปี 2570
FTA ใหม่ 3 ฉบับหนุนส่งออกไทย
FTA ฉบับแรกคือ ไทย-เอฟต้า (EFTA) กับกลุ่มสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป ประกอบด้วย ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ ลิกเตนสไตน์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะลดภาษีนำเข้าสินค้าไทยเกือบเป็น 0% เพิ่มโอกาสส่งออก ฉบับที่สองคือ ไทย-ภูฏาน คาดเริ่มมีผลบังคับใช้ประมาณมกราคม 2570 โดยภูฏานมีทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการผลิตในไทย ฉบับที่สามคือ ไทย-ศรีลังกา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย เนื่องจากศรีลังกามีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้สูงแต่เก็บภาษีนำเข้าในระดับสูงมาก
BOI ชี้การลงทุนเปลี่ยนสู่ยุคใหม่ Data Center มาแรง
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำลังเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยอันดับ 1 คือ Data Center ประมาณ 20-30 แห่ง รองลงมาคือ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรม AI, สาธารณูปโภค, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศสูง สร้างประโยชน์แก่คนไทย



