แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย LPR ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์
แบงก์ชาติจีนลดดอกเบี้ย LPR ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี และ 5 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 3.10% และ 3.60% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับเชิงบวก รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นตาม

รายละเอียดการปรับลดดอกเบี้ย

การปรับลด LPR ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (MLF) และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Rate) ก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเผชิญวิกฤต

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า "การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่องทางการค้าและการลงทุน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

การปรับลดดอกเบี้ยของจีนจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือนในจีน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมของไทย

นอกจากนี้ การลดดอกเบี้ยยังส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เนื่องจากเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.5% หลังประกาศ

มุมมองต่อตลาดการเงิน

นักวิเคราะห์คาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และหนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมโยงทางการค้ากับจีน

อย่างไรก็ตาม การปรับลดดอกเบี้ยอาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนลดลง ซึ่งอาจทำให้เงินทุนไหลออกจากจีนไปยังตลาดอื่นที่มีผลตอบแทนสูงกว่า รวมถึงไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลต่อค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากประกาศ โดยแตะระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน นักวิเคราะห์มองว่าการแข็งค่าของบาทจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้า แต่จะกระทบต่อผู้ส่งออกไทย

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า "การแข็งค่าของบาทจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร แต่ในระยะยาว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนจะเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกไทย"

แนวโน้มเศรษฐกิจจีน

ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาด โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงมีปัญหาหนี้เสียสูง

ทั้งนี้ การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ที่รวมถึงการลดภาษีและการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 5% ในปีนี้

สรุป

การประกาศลดดอกเบี้ย LPR ของจีนครั้งนี้เป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยช่วยกระตุ้นการส่งออกและหนุนค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัวรับมือกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน