พีระพันธุ์เผย ครม.อนุมัติกรอบเจรจา FTA ไทย-อียู คาดเริ่มเจรจาปีนี้
ครม.อนุมัติกรอบเจรจา FTA ไทย-อียู คาดเริ่มเจรจาปีนี้

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ไทยพร้อมเริ่มเจรจาในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้ถึง 1.28% และเพิ่มมูลค่าการส่งออกถึง 7.3%

รายละเอียดกรอบเจรจา FTA ไทย-อียู

กรอบการเจรจาที่ได้รับอนุมัติครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน เช่น การเปิดตลาดสินค้าและบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา การค้าดิจิทัล และความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม โดยไทยจะเน้นรักษาผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ข้าว ยางพารา และชิ้นส่วนยานยนต์

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า FTA ฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าการส่งออกของไทยไปอียูจะเพิ่มขึ้น 7.3% ขณะที่ GDP จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.28% นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กำหนดการเจรจา

ไทยและอียูจะเริ่มการเจรจารอบแรกภายในปี 2568 โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปีจึงจะสรุปผลได้ อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์ย้ำว่าไทยจะเจรจาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด และพร้อมรับมือกับข้อเรียกร้องที่อาจกระทบต่อภาคการผลิตในประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว