ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าลงทดสอบโซน 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แม้เงินดอลลาร์โดยรวมจะย่อตัวลงเล็กน้อยหลังรายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาผสมผสาน
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board ในเดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงสู่ระดับ 91.2 จุด แย่กว่าคาด ขณะที่ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) ย่อลงเล็กน้อยสู่ระดับราว 7.59 ล้านตำแหน่ง แต่ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ 7.30 ล้านตำแหน่ง อัตราการลาออกโดยสมัครใจ (Quit Rate) ทรงตัวที่ 1.9%
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับเผชิญแรงกดดันตามจังหวะการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ทยอยลดลงสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจเกิน 100% ต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคฯ และหุ้นธีม AI/Semiconductor ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.79% ส่วน Nasdaq พุ่งขึ้น +1.52% อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นถูกชะลอลงบ้างจากมุมมองที่มั่นใจเกิน 100% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มอื่นๆ
ราคาทองคำถูกกดดัน
แม้เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงบ้าง แต่การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ และภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน กดดันให้ราคาทองคำ (สัญญา COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ย่อตัวลงเข้าใกล้โซน 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ไฮไลท์สำคัญใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าคือ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้งประธานเฟดและประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง ราคาพลังงานปรับตัวลดลงใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม ซึ่งอาจลดความกังวลต่อเงินเฟ้อของธนาคารกลาง นอกจากนี้ ต้องติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลางและการเคลื่อนไหวของหุ้นเทคฯ โดยเฉพาะหุ้นธีม AI/Semiconductor
แนวโน้มค่าเงินบาท
นายพูน คงมุมมองว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอน จนกว่าจะเห็นการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นรูปธรรม แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options
เงินบาทจะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ตามโมเมนตัมการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจต้องอาศัยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สะท้อนเงินเฟ้อชะลอตัว อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวตลาดรับรู้ไปพอควรแล้ว จึงต้องระวังหากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงขึ้น
มุมมองทางเทคนิค เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าหรือแกว่งตัวไร้ทิศทาง จนกว่าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าทะลุแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ใน Time Frame รายสัปดาห์ จึงจะปรับมุมมองเป็นแนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง
กรอบค่าเงินวันนี้
นายพูน มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงที่ 33.15-33.45 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยกรอบ USD/THB 33.10-33.50 แนะนำทยอยซื้อที่ 33.10 ขาย 33.50 EUR/THB 37.80-38.30 แนะนำซื้อที่ 37.80 ขาย 38.30 JPY/THB 0.2030-0.2080 แนะนำซื้อ 0.2030 ขาย 0.2080



