สถานการณ์น้ำมันชายแดนตึงเครียด ดีเซลไทยถูกกว่าเพื่อนบ้าน ปตท.เบตงผ่อนปรนเติมแกลลอน 4 วันต่อสัปดาห์
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 สถานการณ์น้ำมันตามแนวชายแดนไทยเข้าสู่ภาวะตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลังราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยยังคงถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและกัมพูชา ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงในรูปแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปยังฝั่งตรงข้าม กรมศุลกากรและหน่วยงานรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนจึงได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบยานพาหนะทุกคันที่ขาออกประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันในลักษณะที่เรียกว่า "กองทัพมด"
ปตท.เบตงผ่อนปรนเติมน้ำมันใส่แกลลอน 4 วันต่อสัปดาห์
ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา บรรยากาศหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.เบตง คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ชาวบ้านและเกษตรกรจำนวนมากนำแกลลอนมาต่อคิวยาวกว่า 1 กิโลเมตร หลังปั๊มน้ำมันเริ่มผ่อนปรนนโยบายโดยอนุญาตให้เติมน้ำมันใส่แกลลอนได้ในวันแรก โดยกำหนดให้เติมได้เฉพาะวันอังคาร พุธ เสาร์ และอาทิตย์ เท่านั้น ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อชาวสวนและผู้ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือการเกษตรอย่างเร่งด่วน
ส่วนในวันจันทร์ พฤหัสบดี และศุกร์ ปั๊มน้ำมันจะงดเติมน้ำมันใส่แกลลอนและจำกัดการเติมให้กับรถยนต์และจักรยานยนต์คันละไม่เกิน 700 บาทเท่านั้น มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ ราคาน้ำมันปัจจุบันที่เบตง ดีเซลอยู่ที่ 33.48 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 35.59 บาทต่อลิตร และเบนซิน 44.18 บาทต่อลิตร
ดีเซลไทยถูกกว่ามาเลเซีย 5-6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงน้ำมันไหลออกนอกประเทศ
นายกิตติภัค ชวาลา นายด่านศุลกากรเบตง เปิดเผยว่า ราคาดีเซลในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซียประมาณ 5-6 บาทต่อลิตร โดยมาเลเซียขายในราว 38-39 บาทต่อลิตร ความแตกต่างของราคานี้ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่น้ำมันจะไหลออกนอกประเทศผ่านการลักลอบส่งออก เขาจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นรถทุกคันที่ขาออก โดยเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลที่อาจมีการดัดแปลงถังน้ำมันใต้ท้องรถ หรือนำแกลลอนและถุงพลาสติกมาเติมน้ำมันอย่างผิดกฎหมาย
หากตรวจพบการลักลอบขนส่งน้ำมัน เจ้าหน้าที่จะยึดน้ำมันและดำเนินคดีทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด หลังน้ำมันในกัมพูชาแพงและขาดแคลน
ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนและลงพื้นที่ชี้แจงกับประชาชนในตำบลป่าไร่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองปอยเปตของกัมพูชา หลังราคาน้ำมันในกัมพูชาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าวิตก โดยเบนซินขายในราคาเกือบ 70 บาทต่อลิตร และยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง
พันตรีเตชทัต เฉลิมจิตต์ นายทหารฝ่ายการข่าว ระบุว่าได้รับคำสั่งจากกองทัพภาคที่ 1 ให้เฝ้าระวังการลักลอบขนน้ำมันทุกประเภทในพื้นที่ชายแดน เขาขอความร่วมมือจากชาวบ้านและร้านค้าไม่ให้กักตุนน้ำมัน และแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทันทีหากพบการกระทำผิด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
สถานการณ์น้ำมันชายแดนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการราคาน้ำมันและมาตรการควบคุมการขนส่งเชื้อเพลิงข้ามแดน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาค



