ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 นี้ คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการใช้จ่ายมาจากวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยหนุนการใช้จ่าย
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้การใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ปีนี้เพิ่มสูงขึ้น มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน อาทิ การที่ประชาชนมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ทำให้สามารถวางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังมีมาตรการช้อปดีมีคืนที่ช่วยลดภาระภาษีให้กับผู้บริโภค รวมถึงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชน
พฤติกรรมการใช้จ่าย
จากการสำรวจพบว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงสงกรานต์ปีนี้ จะเน้นไปที่การเดินทางท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก
- การเดินทาง: ประชาชนนิยมเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะ ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งและน้ำมันได้รับอานิสงส์
- การจับจ่าย: การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ของฝาก และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก
- การทำบุญ: ประเพณีการทำบุญในช่วงสงกรานต์ยังคงได้รับความนิยม โดยประชาชนจะนิยมไปทำบุญที่วัดหรือร่วมกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ
ธุรกิจที่ได้ประโยชน์
ธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์มากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจขนส่ง นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็มีแนวโน้มที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และของฝาก
ข้อเสนอแนะ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังได้ให้ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ควรเตรียมความพร้อมด้านสินค้าและบริการให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า รวมถึงการจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในเรื่องของการเดินทางและการบริโภคอาหาร เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้



