เมื่อผู้นำอินโดนีเซียออกมาพูดถึงการเก็บค่าผ่านน่านน้ำช่องแคบมะละกา ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายโครงการก่อสร้างแลนด์บริดจ์ทางภาคใต้ของไทยที่รัฐบาลเก่าเพื่อไทยเคยนำเสนอไว้ แลนด์บริดจ์ที่ใครหลายคนต่อต้านด้วยความดัดจริตนั้น แท้จริงแล้วมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องเร่งมือก่อสร้าง โดยเฉพาะหลังจากที่ระเบียบโลกไร้ความหมายจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านถูกบีบจากภาวะสงครามในอ่าวเปอร์เซีย
แลนด์บริดจ์คืออะไร
แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) คือ เมกะโปรเจกต์เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมสำหรับเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย (ชุมพร) และอันดามัน (ระนอง) เข้าหากัน โดยการสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อ เช่น มอเตอร์เวย์และรถไฟรางคู่ ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าแห่งใหม่ แทนการอ้อมช่องแคบมะละกา
เป้าหมายสำคัญ
เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) ที่เชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทย โครงสร้างประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกฝั่งชุมพรและระนอง ทางรถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์ และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
มูลค่าและรูปแบบการลงทุน
มูลค่าโครงการหรืองบประมาณลงทุนระยะแรกสูงกว่า 990,000 ล้านบาทถึง 1,000,000 ล้านบาท กำหนดรูปแบบการลงทุนโดยให้รัฐบาลเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน (PPP) ทั้งการก่อสร้างและบริหารจัดการเป็นระยะเวลา 50 ปี คาดการณ์ว่าจะเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2030
โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งทางน้ำ และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงดูดการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตเสมือนสิงคโปร์ ที่เก็บค่าต๋งสำหรับการให้บริการท่าเทียบเรือและการขนถ่ายสินค้าแจกจ่ายไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้
ความจำเป็นเร่งด่วน
โครงการนี้คือการลงทุนในภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจังที่จะช่วยให้ประเทศไทยอยู่รอดได้อย่างยาวนานในสภาพการณ์ที่แต่ละประเทศในโลกต่างก็ใช้วิธีการเอาตัวรอดโดยการไม่สนใจระเบียบโลกและใช้วิธีมือใครยาวสาวได้สาวเอากันหมด ไหนๆก็จะต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะแล้ว ก็ขอให้ขยายเอามาทำโครงการที่เป็นเมกะโปรเจกต์สำคัญๆ จริงจังแบบนี้เสียเลย ดีกว่าจะเอาไปเทกระจาดจ่ายเล็กจ่ายน้อยจนหมดกระเป๋า
มิสไฟน์คลิกอ่านคอลัมน์ "กระจก 8 หน้า" เพิ่มเติม



