เบญจ เบญจรงคกุล นำ UIH เปิดตัว HELIX Platform รุกตลาดดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กดดันให้องค์กรต้องปรับตัวเร็วขึ้น บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด หรือ UIH ภายใต้การนำของ เบญจ เบญจรงคกุล Co-CEO ประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปิดตัว HELIX Platform แพลตฟอร์ม Managed Services ยุคใหม่ที่ผสานบริการดิจิทัลครบวงจรไว้ในระบบเดียว ในการงาน UIH Day 2026 โดยมุ่งช่วยองค์กรไทยลดความซับซ้อนและต้นทุนในการทรานส์ฟอร์มดิจิทัล พร้อมยกระดับจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิมสู่การเป็น Platform-Driven Managed Services Provider อย่างเต็มรูปแบบ
ควบรวม 4 บริการสู่แพลตฟอร์มเดียว ลดความซ้ำซ้อน
เบญจ เบญจรงคกุล เปิดเผยว่า การเปิดตัว HELIX Platform เป็นผลลัพธ์จากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยควบรวม 4 บริษัทในกลุ่มเข้าด้วยกันภายใต้แบรนด์ UIH ซึ่งประกอบด้วยบริการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ Network (เครือข่าย), Cloud (คลาวด์), Cyber Security (ความปลอดภัยทางไซเบอร์), และ Application (แอปพลิเคชัน) การรวบรวมนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนและให้บริการร่วมกันแบบทีมเดียว ซึ่งจะช่วยให้ง่ายขึ้นทั้งสำหรับบริษัทและลูกค้า ถือเป็นการทรานส์ฟอร์มโมเดลธุรกิจจากการเป็นผู้ให้บริการแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้คนจำนวนมาก มาเป็นการนำระบบทั้งหมดรวมไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้สามารถกระจายโซลูชันและบริการมาตรฐานระดับโลกให้กับกลุ่มลูกค้าทุกระดับ รวมถึง SMEs ที่มีงบประมาณจำกัดได้ในต้นทุนที่ถูกลง
HELIX Platform ใช้ Data และ AI บริหารจัดการแบบ End-to-End
เบญจ อธิบายว่า ความท้าทายของธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือการบริการที่คนไม่เห็น โดยหลายองค์กรยังเผชิญปัญหาจากการเปลี่ยนผ่านระบบเดิมสู่ระบบใหม่ จากความซับซ้อนของเทคโนโลยีและการให้บริการแบบแยกส่วน HELIX Platform จึงถูกพัฒนาขึ้นบนแนวคิด Intent-Based Infrastructure ที่ใช้ Data และ AI เป็นศูนย์กลางเพื่อบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบ End-to-End อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ลดการประสานงานหลายผู้ให้บริการ เพิ่มระบบอัตโนมัติในระดับสากล และสร้างเสถียรภาพให้กับระบบปฏิบัติการ แพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วย 5 บริการสำคัญ:
- Enterprise Connectivity: เครือข่ายอัจฉริยะความเร็วสูง ปลอดภัย และเสถียร
- Multi-Cloud Expertise: ออกแบบระบบคลาวด์ที่ยืดหยุ่นและขยายได้ไม่จำกัด
- Next-Generation Cybersecurity: บริการดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงด้วย Zero Trust, Quantum Security และ AI Cybersecurity
- Data & AI Transformation: เปลี่ยนข้อมูลเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์
- Managed Services: ดูแลระบบ IT ครบวงจร 24/7
ตอบโจทย์ Digital Demand ที่เติบโตแบบ Exponential
เบญจ มองว่าในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ความต้องการปรับตัวทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยสำคัญคือ AI ที่ทำให้องค์กรตื่นตัวและต้องประเมินระบบเดิม ซึ่งหลายแห่งพบว่าข้อมูลและระบบไม่พร้อมรองรับการสเกล ส่งผลให้เกิดความต้องการด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นอกจากนี้ องค์กรยังต้องการทรานส์ฟอร์มอย่างรวดเร็วภายใต้ข้อจำกัดด้านต้นทุน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้าถึงยาก โดยเฉพาะสำหรับ SMEs UIH จึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์ด้วยการทำ Security by Design นำระบบ Security พื้นฐานมาครอบบนโครงสร้างพื้นฐานของบริการทั้งหมด ทำให้ต้นทุนถูกลงและรับประกันการป้องกันความปลอดภัยในระดับพื้นฐาน
ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่ม Non-network เป็น 40%
ฐานลูกค้าหลักของ UIH ครอบคลุมทั้งกลุ่ม B2B และ B2G โดยมีสัดส่วนลูกค้าในไทย 85% และต่างประเทศ 15% ซึ่งตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตสูงจากเทรนด์การตั้ง Data Center ในไทยและบริการเชื่อมต่อข้อมูลข้ามประเทศ ด้านโครงสร้างรายได้แบ่งเป็นกลุ่ม Network ที่มีสัดส่วนรายได้หลัก 70% ซึ่งตลาดค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว การเติบโตจึงเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของลูกค้า และกลุ่ม Non-network (Cloud, Security, Application) ที่ตลาดกำลังเติบโตสูง โดย UIH ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ในกลุ่มนี้ให้ขึ้นมาอยู่ที่ 40% เพื่อรักษาอัตราการเติบโตและลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ UIH ที่ออกแบบเส้นทางการเปลี่ยนภาพทางดิจิทัลให้ลูกค้าได้ทั้งภาพใหญ่และภาพลึกในจุดเดียว ทำให้ Digital Infrastructure ไม่ใช่ภาระต้นทุน แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างความได้เปรียบ ช่วยให้องค์กรไทยเดินเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน



