สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารแห่งประเทศไทย: การทดสอบระบบ CBDC กับธุรกิจและประชาชน
ธนาคารแห่งประเทศไทยทดสอบ CBDC กับธุรกิจและประชาชน (24.03.2026)

ธนาคารแห่งประเทศไทยเดินหน้าทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) กับภาคธุรกิจและประชาชน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศแผนการทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC (Central Bank Digital Currency) กับภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกในการใช้งาน ก่อนที่จะพิจารณานำไปใช้จริงในระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคต

รายละเอียดการทดสอบและเป้าหมายสำคัญ

การทดสอบนี้จะครอบคลุมทั้งในรูปแบบการชำระเงินระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) โดยจะมีการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เช่น การโอนเงิน การชำระค่าสินค้าและบริการ และการจัดการธุรกรรมทางการเงินในวงกว้าง เพื่อตรวจสอบความสามารถของระบบในการรองรับปริมาณการใช้งานที่สูงและป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์

เป้าหมายหลักของการทดสอบคือ เพื่อให้มั่นใจว่า CBDC สามารถทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกรรม ลดต้นทุน และส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับทุกภาคส่วนของสังคม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย

การนำ CBDC มาใช้มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเงินของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้าน:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ความเร็วในการชำระเงิน: ธุรกรรมสามารถดำเนินการได้ในเวลาจริง ลดความล่าช้าในการโอนเงินระหว่างธนาคาร
  • ความโปร่งใส: ระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มความสามารถในการติดตามและตรวจสอบธุรกรรม ลดโอกาสในการทุจริต
  • การลดต้นทุน: การใช้ CBDC อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการเงินสดและกระบวนการทางการเงินแบบดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการศึกษาผลกระทบทางกฎหมายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สกุลเงินดิจิทัลนี้ โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อออกกฎระเบียบที่เหมาะสม

ขั้นตอนต่อไปและความคาดหวังในอนาคต

หลังจากการทดสอบเสร็จสิ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้เพื่อปรับปรุงระบบและกำหนดแนวทางการนำ CBDC ไปใช้จริง หากผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ คาดว่าไทยอาจก้าวสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนด้านนวัตกรรมการเงินดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

ในระยะยาว การใช้ CBDC อาจช่วยส่งเสริมการรวมตัวทางการเงิน (Financial Inclusion) โดยให้ประชาชนที่เข้าถึงบริการธนาคารได้ยากมีโอกาสใช้บริการทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ง่ายขึ้น