“กรณ์” ชี้ ภาษีทรัมป์ 10% พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ชี้จุดเปราะบางเศรษฐกิจไทย
กรณ์ ชี้ ภาษีทรัมป์ 10% พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เผยจุดอ่อนเศรษฐกิจไทย (22.02.2026)

“กรณ์” ชี้ ภาษีทรัมป์ 10% พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เผยจุดเปราะบางเศรษฐกิจไทย

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ หรือ The US Supreme Court มีมติตัดสิน 6 ต่อ 3 ชี้ว่า การเก็บภาษีต่างตอบแทนภายใต้กฎหมาย IEEPA ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดรัฐธรรมนูญและใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับการค้าไทยและการค้าโลก

พลิกวิกฤติการค้าเป็นโอกาสใหม่

หลังจากที่ศาลฎีกาของอเมริกาได้วินิจฉัยตีตกภาษีทรัมป์ชุดเดิม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรา 122 ของกฎหมาย Trade Act 1974 แทนที่ โดยกำหนดอัตราภาษีใหม่ที่ 10% เท่ากันทุกประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศอย่างไทยที่กำลังเจรจาอัตราเดิมที่ 19% ดูเหมือนจะรอดตัวและกลับกลายเป็นเสียเพียง 10% เท่ากับประเทศอื่นๆ

มาตรา 122 ตามกฎหมายนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีได้ชั่วคราวเพียง 150 วันเท่านั้น โดยที่น่าสังเกตคือ อัตราสูงสุดที่กำหนดได้ตามกฎหมายคือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บเพียง 10% จากทุกประเทศ ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า การประกาศของทรัมป์เมื่อคืนที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องการรักษาหน้า มากกว่าเรื่องเจตนาเก็บภาษีจริงจัง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จุดเปราะบางเศรษฐกิจไทยที่ต้องจับตา

นายกรณ์ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ได้อยู่ที่การส่งออกเท่ากับอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก การปล่อยสินเชื่อที่ต่ำมาก และความเสี่ยงการชำระหนี้ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

“การส่งออกไทยน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะทรัมป์ได้ยกเว้นหลายประเภทสินค้า เช่น อาหารที่เขาผลิตไม่ได้ อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท และแม้แต่รถกระบะบางชนิด แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่การส่งออกเท่ากับอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก” นายกรณ์ ระบุ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความไม่แน่นอนในเวทีระหว่างประเทศ

ส่วนในต่างประเทศนั้น นายกรณ์ มองว่ายังวางใจไม่ได้ โดยทรัมป์อาจจะพยายามกู้หน้าด้วยการตัดสินใจสร้างสถานการณ์และตัดสินใจบางอย่างในกรณีความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งจะดีหากจบด้วยการตกลงเจรจา แต่จะแย่มากหากเป็นการใช้กำลังทหาร

นอกจากนี้ การขยายเวลาการเก็บภาษีจาก 150 วัน ต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งไม่ง่ายนัก เนื่องจากข้อกฎหมายและการตีความการใช้กฎหมายนี้ยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน

ในอเมริกาเองก็จะต้องวุ่นวายกับประเด็นการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า โดยคาดว่าอาจต้องคืนภาษีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท ส่งผลให้สถานการณ์การค้าโลกยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป