อสังหาฯ จับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง
อสังหาฯ จับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างน้อย 5 ประการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย

ปัจจัยเสี่ยงที่ 1: ดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการและผู้ซื้อบ้านปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อชะลอตัวและยอดขายลดลง

ปัจจัยเสี่ยงที่ 2: หนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติการณ์

หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงถึงกว่า 90% ของจีดีพี ทำให้ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยเสี่ยงที่ 3: กำลังซื้อชะลอตัวจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ยังไม่เต็มที่ ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมอ่อนแอลง ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในระดับกลางถึงล่างได้รับผลกระทบหนัก

ปัจจัยเสี่ยงที่ 4: มาตรการ LTV ที่ยังคงเข้มงวด

มาตรการ LTV (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดให้ผู้กู้ซื้อบ้านหลังแรกต้องวางเงินดาวน์ 10% และบ้านหลังที่สองขึ้นไปต้องวางเงินดาวน์สูงถึง 30% ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน

ปัจจัยเสี่ยงที่ 5: ต้นทุนก่อสร้างและราคาที่ดินปรับตัวสูง

ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงราคาที่ดินในทำเลศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาบ้านใหม่ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จึงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เช่น การเน้นพัฒนาโครงการในระดับบนที่กำลังซื้อไม่ได้รับผลกระทบมากนัก การออกแคมเปญส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจ หรือการร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อเสนอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ