กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) แสดงความกังวลต่อวิกฤตค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมที่พุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี พร้อมชวนเยาวชนออมเงินหลักสิบเพื่อรับเงินสมทบจากรัฐ 50% สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัว
ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมสูงสุดในรอบ 17 ปี
จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายรวมสูงกว่า 66,000 ล้านบาท ขยายตัว 6% และเป็นมูลค่าสูงสุดตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจในรอบ 17 ปี โดยผู้ปกครอง 27.1% มีเงินไม่พอจ่ายจนต้องกู้ยืมเงินหรือจำนำทรัพย์สินเพื่อชำระค่าเล่าเรียนบุตรหลาน สะท้อนให้เห็นถึงภาระค่าครองชีพที่รุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสวัสดิภาพของครอบครัวไทย
กอช. ชวนออมเงินหลักสิบ รับเงินสมทบจากรัฐ 50%
กระทรวงการคลัง โดย กอช. จึงขอเชิญชวนน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ใช้ช่วงเวลาเปิดเทอมนี้เริ่มต้นวางแผนการเงินของตัวเอง ด้วยการบริหารจัดการเงินแบ่งค่าขนมส่วนหนึ่งเป็นเงินออม เพื่อเป็นการฝึกวินัยทางการเงินและสร้างกองทุนสำรองของตัวเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่น้องๆ จะต้องเผชิญกับวิกฤตการเงินในอนาคต
ทำไมเยาวชนควรเริ่มต้นออมกับ กอช.
- ออมง่ายไม่กระทบค่าขนม: เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทต่อครั้ง ไม่บังคับส่งทุกเดือน เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่อยากเริ่มต้นออมเงินจากเงินเหลือใช้ประจำวัน
- รัฐบาลช่วยเติมเงินออม: ทุกๆ การออมของเยาวชน (อายุ 15-30 ปี) รัฐบาลจะสมทบเพิ่มให้ทันที 50% ของเงินออม (สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี) ซึ่งเป็นการสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
- สร้างความภูมิใจและลดภาระ: การมีเงินออมส่วนตัวตั้งแต่วัยเรียน จะช่วยให้น้องๆ มีรากฐานทางการเงินที่แข็งแรง และเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาระของครอบครัวเมื่อเติบโตขึ้นสู่การเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
ตัวอย่างการออมที่เห็นผล
เพียงเก็บเงินค่าขนมวันละ 5-10 บาท น้องๆ ก็จะมีเงินออมกับ กอช. เดือนละ 150-300 บาท รัฐสมทบให้ 50% ถ้าออมเงินเดือนละ 300 บาท รัฐจะสมทบให้ 150 บาท ออมทุกเดือนจนครบปี จะมีเงินออม 3,600 บาท รัฐสมทบให้ 1,800 บาท รวมมีเงินเก็บ 5,400 บาท
กอช. มุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่มีความเข้มแข็งทางการเงิน ไม่ต้องติดหล่มวงจรหนี้ และสามารถช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ในระยะยาว



