แม่ค้าส้มตำถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 2.5 แสนบาท
วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี แม่ค้าขายส้มตำในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา หลังจากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินรวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท โดยคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โทรศัพท์แจ้งว่า นางสาวเอ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงิน
วิธีการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นางสาวเอ เล่าว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลก อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบสวนกลาง แจ้งว่า มีการตรวจพบว่าบัญชีธนาคารของเธอถูกใช้ในการฟอกเงินจากคดียาเสพติด จากนั้นได้ให้เธอโอนเงินไปยังบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ โดยคนร้ายได้ข่มขู่ว่าหากไม่ดำเนินการจะถูกดำเนินคดีทันที
ด้วยความตกใจกลัว นางสาวเอ จึงโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์จำนวน 150,000 บาท และอีก 100,000 บาท จากบัญชีเงินฝากประจำ รวมเป็นเงิน 250,000 บาท ไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง หลังจากโอนเงินเสร็จ คนร้ายได้วางสายและติดต่อไม่ได้อีกเลย ทำให้เธอรู้ว่าถูกหลอก จึงรีบไปแจ้งความ
ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามคนร้าย
พ.ต.อ. ธนากร วงศ์สุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน และติดตามตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่รับโอนเงินไว้เบื้องต้นแล้ว แต่พบว่าเงินถูกถอนออกไปเกือบหมดแล้ว
ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย โดยเฉพาะการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ หรือดีเอสไอ เพื่อให้เหยื่อเกิดความกลัวและโอนเงิน ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว ให้ตั้งสติและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยสามารถโทรศัพท์สอบถามไปยังหน่วยงานที่อ้างอิงได้โดยตรง หรือแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำแนะนำป้องกันตนเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์
- อย่าหลงเชื่อโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะที่ให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว
- หากได้รับโทรศัพท์ดังกล่าว ให้วางสายทันที และโทรกลับไปยังหน่วยงานนั้นด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกต้อง
- ไม่ควรกดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่คนร้ายแนะนำ
- แจ้งเบาะแสหรือปรึกษาได้ที่สายด่วน 191 หรือศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม 1547
นางสาวเอ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะเงินที่เสียไปเป็นเงินเก็บที่ตั้งใจจะใช้เป็นทุนขยายร้านส้มตำ และรู้สึกเสียใจมากที่ถูกหลอกอย่างง่ายดาย ฝากเตือนเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าให้ระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพเช่นเดียวกับตน



