คดีพรากผู้เยาว์ อายุ 15 ปี หนีตามแฟนหนุ่ม ตร.เร่งติดตามตัว
คดีพรากผู้เยาว์อายุ15ปีหนีตามแฟนหนุ่มตร.เร่งติดตาม

ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เร่งติดตามตัวหญิงสาวอายุ 15 ปี ที่ถูกพรากจากบ้านโดยแฟนหนุ่มวัย 19 ปี หลังจากผู้ปกครองเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับชายหนุ่มที่พาลูกสาวหนีออกจากบ้านเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

เหตุการณ์พรากผู้เยาว์

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุ 15 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี หลังจากที่ลูกสาวหายตัวไปจากบ้านพักในพื้นที่ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยไม่ทราบชะตากรรม ต่อมาทราบว่าลูกสาวถูกชายหนุ่มอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มที่คบหากันผ่านโลกออนไลน์ ขับรถยนต์มารับตัวไปจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้ามืด

ผู้ปกครองเปิดเผยว่า ลูกสาวรู้จักกับชายหนุ่มผ่านแอปพลิเคชันสนทนาออนไลน์ และคบหากันมาประมาณ 2 เดือน โดยที่ผู้ปกครองไม่ทราบมาก่อน จนกระทั่งลูกสาวหายตัวไป จึงตรวจสอบประวัติและพบว่าชายหนุ่มดังกล่าวเคยต้องโทษคดีลักทรัพย์มาก่อน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความคืบหน้าของคดี

พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินการออกหมายเรียกชายหนุ่มให้มาพบเพื่อสอบปากคำ พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตัวเด็กหญิงกลับคืนสู่ครอบครัวโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าเด็กจะตกอยู่ในอันตรายหรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ด้านตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และพบภาพรถยนต์ของชายหนุ่มขับผ่านบริเวณใกล้เคียงบ้านพักของผู้เสียหายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังพบว่าชายหนุ่มได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียยืนยันว่าพาเด็กหญิงไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยไม่ยอมเปิดเผยสถานที่แน่ชัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บทลงโทษตามกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี และปรับ 40,000-200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319

นอกจากนี้ หากปรากฏว่าเด็กหญิงถูกกระทำอนาจารหรือได้รับอันตรายทางร่างกายหรือจิตใจ อาจมีโทษหนักขึ้นตามกฎหมาย

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นแนะนำให้ผู้ปกครองสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานที่ใช้สื่อออนไลน์อย่างใกล้ชิด รวมถึงให้ความรู้เรื่องการป้องกันตัวเองจากบุคคลแปลกหน้าในโลกไซเบอร์ เนื่องจากคดีลักษณะนี้มักเริ่มต้นจากการพูดคุยในโลกออนไลน์ก่อนนำไปสู่การนัดพบและก่อเหตุ

ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรสร้างความไว้วางใจให้บุตรหลานกล้าเล่าเรื่องราวต่างๆ และหมั่นตรวจสอบกิจกรรมบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย