ไหว้บะจ่างแล้ว ต่อยอดความเฮงครึ่งปีหลัง 5 วิธีเสริมโชคลาภ
ไหว้บะจ่างแล้ว ต่อยอดความเฮงครึ่งปีหลัง 5 วิธีเสริมโชค

เทศกาลไหว้บะจ่างผ่านพ้นไปแล้ว แต่กลิ่นหอมของใบไผ่และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ในความทรงจำ นอกจากบะจ่างจะเป็นอาหารที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้ว ตามธรรมเนียมจีนโบราณ วัตถุดิบแต่ละชนิดที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายในยังแฝงไปด้วยความหมายอันเป็นสิริมงคล ไทยรัฐออนไลน์ ชวนถอดรหัสความหมายที่ซ่อนอยู่ในของอร่อย พร้อมเปิดเคล็ดลับสำหรับสายมู ว่าหลังจากไหว้บะจ่างเสริมดวงเสริมโชคลาภไปแล้ว เราจะต่อยอดอานิสงส์นี้เพื่อรับความเฮงในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างไรบ้าง

ถอดรหัสวัตถุดิบ 'บะจ่าง' สื่อความหมายมงคลอะไรบ้าง?

ความอร่อยของบะจ่างไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เป็นการคัดสรรวัตถุดิบที่มีความหมายดี เพื่ออวยพรให้แก่ผู้รับและผู้ทาน ข้อมูลตามความเชื่อทางวัฒนธรรมจีนระบุถึงความหมายของวัตถุดิบยอดฮิตไว้ดังนี้

  • ข้าวเหนียว ตัวแทนของความกลมเกลียว ความเหนียวแน่นในครอบครัว และความมั่งคั่งที่พอกพูน
  • ไข่แดงเค็ม สีเหลืองทองของไข่แดงเปรียบเสมือนก้อนทองคำ สื่อถึงความร่ำรวย ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา
  • แปะก๊วย สัญลักษณ์ของอายุที่ยืนยาว สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และความรักที่ยั่งยืน
  • หมูสามชั้น ตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ตลอดทั้งปี
  • เห็ดหอม ชื่อที่มีคำว่า 'หอม' สื่อถึงชื่อเสียงที่ขจรขจาย การได้รับการยอมรับและความเจริญก้าวหน้า
  • เกาลัด สื่อถึงความสำเร็จ การมีบุตรหลานที่ดี และความมั่งคั่ง
  • กุนเชียง / ถั่วลิสง สื่อถึงความเจริญงอกงาม และการมีชีวิตที่ยืนยาว

5 วิธีรับความเฮงครึ่งปีหลัง หลังวันไหว้บะจ่าง เสริมดวงเสริมโชคลาภ

สำหรับสายมูที่จัดเต็มกับของไหว้ไปแล้ว นี่คือ 5 ข้อควรปฏิบัติหลังเทศกาล เพื่อช่วยรักษาสมดุลของพลังงานดีๆ และเปิดรับโชคลาภในช่วงครึ่งปีหลัง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

1. แบ่งปันของไหว้ แจกจ่ายความสิริมงคล

หลังจากลาของไหว้เรียบร้อยแล้ว การนำบะจ่างไปแบ่งปันให้กับญาติผู้ใหญ่ เพื่อนบ้าน หรือผู้ยากไร้ ถือเป็นการกระจายความสิริมงคล ยิ่งให้ยิ่งได้ ตามความเชื่อถือว่าเป็นการเปิดทางให้โชคลาภและกัลยาณมิตรเข้ามาในชีวิต

2. ทำความสะอาดหิ้งพระและโต๊ะไหว้

หลังจบเทศกาล ควรทำความสะอาดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในบ้านให้สะอาดสะอ้าน เก็บกวาดเศษธูปเทียน พลังงานที่สะอาดและโปร่งโล่งจะช่วยดึงดูดพลังงานบวก (ชี่) เข้าสู่ตัวบ้าน ส่งผลดีต่อหน้าที่การงานและการเงิน

3. ต่อยอดทานบารมีด้วยการทำบุญโลงศพหรือบริจาคข้าวสาร

เพื่อเป็นการเสริมดวงให้แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำให้ไปทำบุญที่เกี่ยวข้องกับอาหารหรือการต่อชีวิต เช่น บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง หรือทำบุญโลงศพ จะช่วยปัดเป่าอุปสรรคและเสริมดวงชะตาให้ราบรื่น

4. จัดระเบียบการเงินและตั้งเป้าหมายใหม่

เทศกาลไหว้บะจ่างอยู่ในช่วงกลางปีพอดี จึงเป็นฤกษ์งามยามดีในการนำสมุดบัญชีมาปัดฝุ่น ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย และตั้งเป้าหมายทางการเงินใหม่ การมีสติในการใช้เงินคือพื้นฐานของการมีโชคลาภที่ยั่งยืน

5. งดเว้นการพูดจาเชิงลบ

หลังการไหว้เจ้าและบรรพบุรุษเพื่อขอพร ควรควบคุมวาจาให้เป็นศีล พูดแต่สิ่งดีๆ ไม่นินทาหรือแช่งชักหักกระดูกใคร เพราะความเชื่อโบราณระบุว่า วาจาที่เป็นมงคลจะช่วยเรียกทรัพย์และเปิดทางให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานพรตามที่ขอไว้

เทศกาลไหว้บะจ่างไม่เพียงแต่เป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงบรรพบุรุษและวีรชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกุศโลบายอันลึกซึ้งที่ผสานความกตัญญู วัฒนธรรมอาหาร และการสร้างขวัญกำลังใจเข้าด้วยกัน การนำวัตถุดิบมงคลมารับประทาน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตนในทางที่ดี ย่อมเป็นเกราะป้องกันและพลังผลักดันให้เราก้าวเดินต่อไปในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างมั่นคงและมั่งคั่ง