เสาชิงช้า อายุกว่า 45 ปี ตั้งอยู่บริเวณลานหน้าเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เตรียมถูกรื้อถอนในวันที่ 4 กันยายน 2567 เพื่อดำเนินการสร้างใหม่ทั้งชุด ตามมติคณะกรรมการดำเนินงานบูรณะซ่อมแซมเสาชิงช้า โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับกรมศิลปากร หลังจากพบว่าเสาชิงช้ามีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก เสี่ยงต่อการพังทลาย
สาเหตุการรื้อถอนเสาชิงช้า
นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เสาชิงช้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นชุดที่ 2 ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2522 หรือกว่า 45 ปีที่แล้ว โดยทำจากไม้สักทั้งต้น มีอายุการใช้งานมานาน ประกอบกับสภาพอากาศและมลภาวะทำให้เนื้อไม้ผุกร่อน เสาเอียง และมีรอยร้าวหลายจุด การตรวจสอบทางวิศวกรรมพบว่าไม่สามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ จำเป็นต้องสร้างใหม่ทั้งชุดเพื่อความปลอดภัย
รายละเอียดการรื้อถอนและสร้างใหม่
การรื้อถอนจะเริ่มในวันที่ 4 กันยายน 2567 โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการรื้อเสาชิงช้าทั้งต้น รวมถึงคานและส่วนประกอบอื่นๆ จากนั้นจะดำเนินการสร้างเสาชิงช้าชุดใหม่ทั้งหมด โดยใช้ไม้สักทองจากแหล่งปลูกในประเทศ อายุไม้ประมาณ 80-100 ปี มีขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร สูง 21.15 เมตร ตามรูปแบบดั้งเดิม ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 10.5 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 4 เดือน หรือประมาณเดือนมกราคม 2568
การอนุรักษ์และความร่วมมือ
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้ให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์ โดยเสาชิงช้าที่รื้อถอนจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ส่วนเสาชิงช้าชุดใหม่จะออกแบบให้คงรูปทรงและสัดส่วนเดิมทุกประการ แต่เสริมความแข็งแรงด้วยเทคนิคสมัยใหม่ เช่น การใช้เหล็กเสริมภายในเสาและการเคลือบสารกันชื้น เพื่อยืดอายุการใช้งาน
ผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
ระหว่างการรื้อถอนและก่อสร้าง พื้นที่ลานหน้าเสาชิงช้าจะปิดให้บริการชั่วคราว แต่การจราจรโดยรอบยังคงเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ โดยกทม.จะจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย รวมถึงติดตั้งรั้วกั้นพื้นที่ก่อสร้างอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
เสาชิงช้าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อใช้ในพระราชพิธีตรียัมปวายหรือโล้ชิงช้า ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ ปัจจุบันเสาชิงช้าชุดแรกสร้างด้วยไม้สักเช่นกัน แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหายในปี 2463 จึงเปลี่ยนเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก และต่อมาในปี 2522 ได้เปลี่ยนกลับมาใช้ไม้สักอีกครั้งตามรูปแบบเดิม
กำหนดการและประชาสัมพันธ์
กทม.จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการรื้อถอนและการก่อสร้างผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร และเฟซบุ๊กแฟนเพจ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรับทราบและวางแผนการเดินทาง



