กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ประเทศไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง (Mpox) สายพันธุ์ใหม่ Clade 1b รายแรกของประเทศ ผู้ป่วยเป็นชายชาวยุโรป อายุ 66 ปี ซึ่งเดินทางมาจากทวีปแอฟริกา และมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อในประเทศที่ระบาด โดยผลตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1b ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงและแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิม
รายละเอียดผู้ป่วยและมาตรการเฝ้าระวัง
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 และเริ่มมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และมีผื่นตามร่างกาย หลังจากนั้นได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และถูกส่งตัวไปยังสถาบันบำราศนราดูรเพื่อแยกกักรักษา ปัจจุบันอาการของผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์คงที่ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด
ทีมสอบสวนโรคได้ดำเนินการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยแล้ว จำนวน 43 ราย แบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 12 ราย และเสี่ยงต่ำ 31 ราย โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 21 วัน ยังไม่พบผู้มีอาการผิดปกติ กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่าสายพันธุ์ Clade 1b มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 3-10% แตกต่างจากสายพันธุ์ Clade 2 ที่ระบาดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า 1%
แนวทางการป้องกันและควบคุมโรค
นายแพทย์ธงชัยกล่าวว่า ประเทศไทยได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเที่ยวบินจากประเทศในแอฟริกา รวมถึงการให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในการวินิจฉัยและรายงานผู้ต้องสงสัย ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มน้ำใส และล้างมือบ่อยๆ
สถานการณ์ฝีดาษลิงในระดับโลก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 หลังพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ Clade 1b ในหลายประเทศในแอฟริกา โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเริ่มมีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศนอกทวีปแอฟริกา เช่น สวีเดน ปากีสถาน และอินเดีย
คำแนะนำสำหรับประชาชน
กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด หากมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีผื่น ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทาง ประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันโรคได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือผิวหนังของผู้ติดเชื้อ รวมถึงไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย



