เอสซีจี (SCG) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมมือกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รายละเอียดความร่วมมือ
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้จะครอบคลุมการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงพยาบาล การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด โดยเอสซีจีจะให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้านเทคนิค
ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า "การร่วมมือกับเอสซีจีครั้งนี้จะช่วยให้โรงพยาบาลของเราสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 20-30% ต่อปี ซึ่งสามารถนำเงินที่ประหยัดได้ไปพัฒนาคุณภาพบริการผู้ป่วย"
เป้าหมายและแผนดำเนินงาน
โครงการนำร่องจะเริ่มในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป 10 แห่งในปี 2568 ก่อนขยายผลไปยังโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอีกกว่า 800 แห่งภายในปี 2570 โดยคาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 50,000 ตันต่อปี
นอกจากนี้ เอสซีจียังจะสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากรสาธารณสุขให้มีความรู้ด้านการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองในระยะยาว
ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข
ค่าไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนหลักของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมาก การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะช่วยให้โรงพยาบาลมีงบประมาณเหลือสำหรับการซื้อเครื่องมือแพทย์และยาเพิ่มขึ้น
นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า "ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบาย Green Hospital ของกระทรวงฯ ที่มุ่งให้โรงพยาบาลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน"
ทั้งนี้ เอสซีจีมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น กรมการแพทย์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้น



