จับแล้ว! หนุ่มคลั่งจี้สาวบีทีเอส ตร.เร่งสอบปมเหตุ
จับแล้ว! หนุ่มคลั่งจี้สาวบีทีเอส ตร.เร่งสอบปมเหตุ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวชายหนุ่มผู้ก่อเหตุใช้มีดจี้คอหญิงสาวภายในขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท บริเวณสถานีอโศก เหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้โดยสารจำนวนมากในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าวันนี้ โดยทีมสืบสวนสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ

รายละเอียดเหตุการณ์จี้คอสาวบนรถไฟฟ้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ขณะที่รถไฟฟ้ากำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานีอโศกไปยังสถานีพร้อมพงษ์ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ได้ชักมีดพกขนาดยาวประมาณ 15 เซนติเมตรขึ้นมาจี้ที่ลำคอของหญิงสาวผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตรงข้าม ก่อนจะตะโกนข่มขู่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ว่าให้อยู่นิ่ง ๆ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารในตู้โดยสารตกใจและกดปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินทันที

พนักงานรักษาความปลอดภัยของบีทีเอสที่ประจำสถานีได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับศูนย์ควบคุมการเดินรถเพื่อหยุดขบวนรถ ณ จุดที่ปลอดภัย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดปฏิบัติการพิเศษจะเดินทางถึงที่เกิดเหตุบริเวณสถานีพร้อมพงษ์ โดยใช้เวลาเจรจากับผู้ก่อเหตุประมาณ 10 นาที ก่อนจะสามารถควบคุมตัวไว้ได้โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้ก่อเหตุมีประวัติเสพยาและปัญหาสุขภาพจิต

พล.ต.ต.สมชาย เมี้ยนเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติเคยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดและมีอาการทางจิตเวช โดยตรวจพบสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนในปัสสาวะของคนร้าย เบื้องต้นแจ้งข้อหาพยายามฆ่า, พกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว พร้อมส่งตัวไปตรวจสุขภาพจิตที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างละเอียด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“ผู้ต้องหาให้การวกวน ไม่สามารถให้เหตุผลที่ชัดเจนในการก่อเหตุได้ ญาติแจ้งว่ามีอาการทางประสาทและเสพยามาต่อเนื่อง เราจะสอบสวนขยายผลถึงที่มาของยาเสพติดและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด” พล.ต.ต.สมชายกล่าว

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและมาตรการรักษาความปลอดภัย

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิทต้องหยุดให้บริการชั่วคราวเป็นเวลา 15 นาที ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดอยู่แล้ว และจะเพิ่มการตรวจตราภายในขบวนรถให้มากขึ้น

นางสาววิภา อารีรุ่งเรือง ผู้โดยสารที่อยู่บนขบวนรถเดียวกัน เล่าว่า “ตอนนั้นทุกคนกรีดร้องกันหมด ตกใจมากที่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้บนรถไฟฟ้า ตำรวจมาถึงเร็วดีนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอันตรายมากกว่านี้” ขณะที่ผู้โดยสารบางรายเรียกร้องให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมและเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในทุกขบวนรถ

แนวทางการป้องกันเหตุร้ายในระบบขนส่งสาธารณะ

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการคัดกรองผู้โดยสารที่อาจมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีอาวุธ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเสนอให้ติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะบริเวณทางเข้าสถานี รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานให้มีทักษะในการจัดการเหตุฉุกเฉินและการเจรจาต่อรอง

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดในพื้นที่สาธารณะ โดยประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต ขณะนี้ตำรวจยังคงสอบสวนผู้ก่อเหตุเพิ่มเติมเพื่อหามูลเหตุจูงใจที่แท้จริง ก่อนส่งฟ้องศาลต่อไป