ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอต่อรัฐสภา มีเนื้อหาสำคัญที่เปิดทางให้บุคคลภายนอกสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ โดยระบุชื่อของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว
เปิดทางคนนอกนั่งนายกฯ
ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้กำหนดเงื่อนไขให้นายกรัฐมนตรีสามารถมาจากบุคคลภายนอกได้ หากพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งไม่มีผู้ที่เหมาะสมหรือไม่สามารถตกลงกันได้ โดยนายเศรษฐาได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มผู้ร่างซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ต้องการปฏิรูปการเมือง
นายสมบัติ บุญเลี้ยง แกนนำกลุ่มประชาชนเพื่อรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า “การเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นทางเลือกที่เปิดกว้างให้กับประชาชน เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้”
เงื่อนไขและข้อกำหนด
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังระบุถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก ต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและความโปร่งใสจากคณะกรรมการสรรหา
นอกจากนี้ ยังกำหนดว่านายกรัฐมนตรีคนนอกจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด และต้องจัดทำนโยบายที่ชัดเจนเพื่อเสนอต่อรัฐสภา
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ข้อเสนอดังกล่าวได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านจากหลายฝ่าย ฝ่ายสนับสนุนมองว่าการเปิดทางให้คนนอกเป็นนายกฯ จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและนำผู้มีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านเกรงว่าจะเป็นการบ่อนทำลายระบบรัฐสภาและอาจนำไปสู่การใช้อำนาจโดยไม่ชอบ
นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล กล่าวว่า “การมีนายกฯ คนนอกอาจเป็นเรื่องดีในบางสถานการณ์ แต่ต้องมีกลไกตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต”
กระบวนการต่อไป
ขณะนี้กลุ่มประชาชนเพื่อรัฐธรรมนูญกำลังเร่งรวบรวมรายชื่อประชาชน 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ หากผ่านการพิจารณา จะมีการลงประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้ง
ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเป็นหนึ่งในหลายข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ท่ามกลางความพยายามปฏิรูปการเมืองไทยให้มีความโปร่งใสและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น



