เตือนภัย! ไข้เลือดออกระบาดหนัก ยอดป่วยพุ่ง 2 เท่า ต้องเฝ้าระวัง
เตือนภัย! ไข้เลือดออกระบาดหนัก ยอดป่วยพุ่ง 2 เท่า

สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยกำลังน่าเป็นห่วง หลังจากกรมควบคุมโรคเปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยล่าสุดที่พุ่งสูงขึ้นถึง 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีรายงานผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 30,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 33 ราย สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค

ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกภูมิภาค

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 5 กันยายน 2567 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม 30,353 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 46.10 ต่อแสนประชากร ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2.1 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาคกลางมีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ

กลุ่มอายุที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือกลุ่มเด็กอายุ 5-14 ปี คิดเป็นร้อยละ 38.4 ของผู้ป่วยทั้งหมด รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-34 ปี ร้อยละ 27.5 และกลุ่มอายุ 0-4 ปี ร้อยละ 12.3 ขณะที่ผู้เสียชีวิต 33 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุการระบาดและปัจจัยเสี่ยง

นายแพทย์ธงชัยกล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ไข้เลือดออกระบาดหนักในปีนี้ ได้แก่ สภาพอากาศที่แปรปรวน มีฝนตกชุกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย นอกจากนี้ การที่ประชาชนละเลยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชนก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญ

การป้องกันและควบคุมโรค

กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเกาะพัก เก็บขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และเก็บน้ำปิดฝาให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายวางไข่ รวมถึงการทายากันยุงและนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อาการที่ต้องเฝ้าระวัง

ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการไข้สูงลอยเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีภาวะช็อก ซึ่งต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนสังเกตอาการและไปพบแพทย์หากสงสัยว่าป่วย