พายุไมสักไม่เข้าไทย แต่ส่งผลฝนตกหนักหลายพื้นที่
พายุไมสักไม่เข้าไทย แต่ส่งผลฝนตกหนักหลายพื้นที่

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน "ไมสัก" (MAYSAK) ฉบับที่ 5 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา พายุมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน ทางตอนใต้ประมาณ 170 กิโลเมตร ที่ละติจูด 20.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุไมสักไม่เคลื่อนเข้าไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองหนานหนิง ประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 4–5 กรกฎาคม โดยศูนย์กลางของพายุไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพายุไมสักร่วมกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยในช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคม ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คลื่นลมแรงในทะเล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำสำหรับชาวเรือ

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในวันและเวลาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ประชาชนควรวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง