พายุฤดูร้อนพัดถล่มกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ฝนตกหนักลมกระโชกแรง
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (วันที่ 17 เมษายน 2568) เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้มีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ต้นไม้หักโค่น และป้ายโฆษณาล้มทับ ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา
พื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเขตบางเขน เขตสายไหม เขตดอนเมือง และจังหวัดนนทบุรี โดยมีรายงานว่าต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับรถยนต์และบ้านเรือนประชาชนอย่างน้อย 5 จุด นอกจากนี้ยังเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเนื่องจากสายไฟฟ้าขาด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเร่งดำเนินการซ่อมแซมแล้ว
สถิติและความเสียหายเบื้องต้น
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร รายงานว่า มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กำลังสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่าปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ 80 มิลลิเมตรที่เขตบางเขน
คำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา
นายสุทธิพงษ์ สุทธินาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า "พายุฤดูร้อนนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ประกอบกับคลื่นความร้อนที่พัดผ่าน ทำให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศร้อนและเย็น ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง" และเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนในระยะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง
แนวโน้มสภาพอากาศในวันถัดไป
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในวันพรุ่งนี้ (18 เมษายน) ยังคงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง และลมกระโชกแรง ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีพายุ และควรจอดรถในที่ปลอดภัย หากพบสายไฟฟ้าขาดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด



