อ.เจษฎา ยัน จระเข้ 7 เมตร ไม่มีจริงในไทย ระบุเป็นข่าวปลอม
อ.เจษฎา ยัน จระเข้ 7 เมตร ไม่มีจริงในไทย

ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสข่าวที่แชร์กันในโลกออนไลน์ว่า พบจระเข้ขนาดใหญ่ยาวถึง 7 เมตรในประเทศไทย โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ไม่มีมูลความจริง

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันขนาดจระเข้ในไทย

อาจารย์เจษฎา กล่าวว่า จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และบันทึกการสำรวจ จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบในประเทศไทยมีความยาวประมาณ 4-5 เมตรเท่านั้น โดยจระเข้น้ำเค็ม (Crocodylus porosus) ซึ่งเป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สามารถโตได้ถึง 6-7 เมตรในธรรมชาติ แต่พบในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลียหรืออินเดีย ไม่ใช่ในไทย

“จระเข้ที่พบในไทยส่วนใหญ่เป็นจระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า โดยตัวเต็มวัยจะมีความยาวประมาณ 3-4 เมตร ส่วนจระเข้น้ำเค็มที่พบในไทยก็มีขนาดไม่เกิน 5 เมตร การอ้างว่าพบจระเข้ยาว 7 เมตรในประเทศไทยจึงเป็นไปไม่ได้” อ.เจษฎา ระบุ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ที่มาของข่าวปลอมและผลกระทบ

ข่าวดังกล่าวเริ่มแพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นภาพจากต่างประเทศหรือภาพที่ถูกตัดต่อ อ.เจษฎา เตือนว่า ข่าวปลอมลักษณะนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน และอาจนำไปสู่การกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น การเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอันตราย

“การแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันอาจทำให้คนเข้าใจผิดและเกิดความกลัวโดยไม่จำเป็น ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนแชร์เสมอ” อ.เจษฎา กล่าวเพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำในการรับมือกับข่าวปลอม

อาจารย์เจษฎา แนะนำให้ประชาชนสังเกตความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา ตรวจสอบวันที่และสถานที่ของภาพหรือคลิปวิดีโอ รวมถึงเปรียบเทียบกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ หากพบข้อมูลที่น่าสงสัย ควรแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) หรือสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน