สิ้นใจแล้วลูกพะยูนพลัดหลงฝูงเกยตื้นหาดแหลมสนจ.ระนอง
สิ้นใจแล้วลูกพะยูนพลัดหลงฝูงเกยตื้นหาดแหลมสน

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสต์ข้อความระบุว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียลูกพะยูนเพศผู้ที่พลัดหลงฝูงและเสียชีวิตระหว่างการรักษา แม้เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้เร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในอนาคต

พบลูกพะยูนเกยตื้นที่หาดแหลมสน จ.ระนอง

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ได้รับแจ้งพบลูกพะยูนเพศผู้ ความยาว 112 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 25 กิโลกรัม พลัดหลงเกยตื้น บริเวณชายหาดแหลมสน จังหวัดระนอง และได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ ก่อนนำส่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและบริเวณส่วนหัว สันนิษฐานว่าเกิดจากการพลัดหลงและถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้น เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาล และส่งตัวเข้ารับการอนุบาลต่อมายังศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทีมสัตวแพทย์เฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ตลอดระยะเวลาการรักษา เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ร่วมกับอาสาสมัคร ได้ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสังเกตอาการและดูแลลูกพะยูนตลอด 24 ชั่วโมง โดยจากผลตรวจสุขภาพ พบความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติค่อนทางผอม (Body condition score 2.5/5) ลักษณะภายนอกพบรอยช้ำข้างลำตัว คาดว่าเกิดจากการเกยตื้น อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 80-100 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับพฤติกรรมของพะยูน อัตราการหายใจช่วงเวลาพักเฉลี่ย 1-3 ครั้งใน 5 นาที อัตราการหายใจในช่วงว่ายน้ำ 4-5 ครั้งใน 5 นาที พบภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ และภาวะการขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง การทำงานของทางเดินอาหาร พบภาวะท้องอืด โดยมีแก๊สสะสมในทางเดินอาหารจำนวนมาก เนื่องจากลูกพะยูนไม่ได้รับอาหารมาเป็นเวลานาน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ลูกพะยูนเสียชีวิตจากภาวะช็อก

แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถ แต่ลูกพะยูนเกิดภาวะช็อก ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นเพื่อช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้กำลังดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด และนำผลที่ได้มาพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของสัตว์ทะเลหายากที่ประสบเหตุในอนาคต ตลอดจนเดินหน้ามาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรพะยูนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง