พว. เปิดโมเดล "สร้างครูก่อนสร้างเด็ก" ชู GPAS 5 Steps ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน
พว.เปิดโมเดลสร้างครูก่อนสร้างเด็ก GPAS 5 Steps ใช้ AI

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมกับสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) และเครือข่ายสถานศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี เปิดโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด Competency-Based Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ควบคู่การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีครูจากโรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม โรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฎร์บำรุง และโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม รวม 110 คน เข้าร่วมเป็นรุ่นนำร่อง

เปลี่ยนบทบาทครูสู่ผู้ออกแบบการเรียนรู้

แก่นสำคัญของการอบรมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการสอนให้ครูใช้ AI หรือเรียนรู้เครื่องมือใหม่ แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของครู จากผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่ผู้ออกแบบการเรียนรู้ เพื่อสร้างผู้เรียนที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากเริ่มต้นที่เด็กเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเริ่มจากการพัฒนาครู เพราะครูคือผู้สร้างห้องเรียน และห้องเรียนคือพื้นที่ที่จะสร้างอนาคตของประเทศ สำหรับการอบรมครั้งนี้ จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ด้วย Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้ครูใช้คำถามเป็นเครื่องมือ กระตุ้นให้ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง แทนการสอนแบบบรรยายหรือท่องจำเพื่อสอบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

GPAS 5 Steps สร้างกระบวนการคิด

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่า ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แม้ประเทศไทยจะลงทุนกับการติวและการสอบจำนวนมาก แต่ผลการประเมิน O-NET และ PISA กลับยังไม่สามารถยกระดับได้อย่างที่คาดหวัง เพราะผู้เรียนจำนวนมากเรียนเพื่อจำคำตอบ มากกว่าจะเรียนรู้กระบวนการคิด ถ้าครูยังสอนเพื่อสอบ เด็กก็จะจำเพื่อสอบ แต่ถ้าครูออกแบบให้เด็กได้คิด เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้ที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

ประธานกรรมการบริหาร สถาบัน พว. ระบุว่า กระบวนการ GPAS 5 Steps จะช่วยหล่อหลอมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงเหตุผล คุณธรรม และการลงมือปฏิบัติ จนสามารถสร้างนวัตกรรมได้ และเมื่อมีรากฐานการคิดที่แข็งแรง จึงค่อยต่อยอดไปสู่การใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ

ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน ไม่ให้แทนที่การคิด

พร้อมเตือนว่า หลายประเทศเริ่มเผชิญผลกระทบจากการใช้ AI และเทคโนโลยีมากเกินไป จนเด็กขาดสมาธิและขาดทักษะการคิด ประเทศไทยจึงไม่ควรปล่อยให้ AI เข้ามาแทนกระบวนการเรียนรู้ แต่ควรใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมการคิดของผู้เรียน ถ้าเราไม่สร้างกระบวนการคิดขั้นสูงให้เด็ก เด็กจะรับมือกับกระแสข้อมูลมหาศาลของโลกไม่ได้ แต่ถ้าเด็กคิดเป็น เขาจะสามารถเลือก วิเคราะห์ และใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ได้

ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) กล่าวว่า ความคาดหวังของโครงการนี้ คือการยกระดับคุณภาพครูให้ส่งผลโดยตรงถึงผู้เรียน เพราะเมื่อครูมีศักยภาพ เด็กก็จะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการคิด การลงมือปฏิบัติ และการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม การอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ส.บ.ม.ท. และสถาบัน พว. โดยคัดเลือกโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี 3 แห่ง เป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อพัฒนาครูด้าน Active Learning การประเมินผลตามสภาพจริง และการใช้ AI สนับสนุนการเรียนรู้ ก่อนขยายผลสู่โรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 2,000 โรงเรียนทั่วประเทศ เมื่อครูเก่ง เด็กก็จะเก่งตาม ครูคือผู้เติมส่วนที่ขาด และวาดอนาคตของผู้เรียน

เสียงจากผู้อำนวยการโรงเรียนนำร่อง

นายพจนรินทร์ เหลืองอรัญนภา ผู้อำนวยการโรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ให้ครูสามารถนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps ไปต่อยอดกับวิธีการสอนที่ใช้อยู่เดิม ให้เหมาะสมกับแต่ละรายวิชาและบริบทของโรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยน และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง พร้อมประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

นายนรากร สุขวิสิฎฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฎร์บำรุง กล่าวว่า การพัฒนาครูพร้อมกันทั้งโรงเรียนถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้การจัดการเรียนการสอนเดินไปในทิศทางเดียวกัน ลดการบรรยายหน้าชั้นเรียน เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริง จนเกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนได้อย่างยั่งยืน

วางรากฐานใหม่ห้องเรียนไทย

การอบรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดเทคนิคการสอน แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ของห้องเรียนไทย ที่เริ่มต้นจากการพัฒนาครูให้เป็น 'นักออกแบบการเรียนรู้' เพื่อสร้างผู้เรียนที่คิดเป็น สร้างนวัตกรรมเป็น และใช้ AI อย่างมีปัญญา อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศในระยะยาว