ทีมชาติแซมเบียสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะคอสตาริกา 2-1 ในศึกฟุตบอลโลกหญิง 2023 ที่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยนัดนี้เป็นการแข่งขันในกลุ่มซี ที่สนามเวสเทิร์น ซิดนีย์ สเตเดียม เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
ครึ่งแรกแซมเบียออกนำก่อน
เกมในครึ่งแรกเป็นแซมเบียที่ครองเกมได้ดีกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 3 จากจังหวะที่บาร์บรา บันดา เปิดบอลให้ ราเชล คุนดานันจี โหม่งเข้าประตูไป หลังจากนั้นคอสตาริกาพยายามบุก แต่ยังเจาะแนวรับแซมเบียไม่เข้า จบครึ่งแรกแซมเบียนำ 1-0
ครึ่งหลังคอสตาริกาตีเสมอ ก่อนแซมเบียยิงประตูชัย
ในช่วงครึ่งหลัง คอสตาริกาเร่งเกมบุกอย่างหนัก และมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 47 จากจังหวะที่คาทาลิน่า อูซาก้า เปิดบอลให้ กลอเรียนา วิลล่าโลบอส โหม่งเข้าประตูไป หลังจากนั้นแซมเบียพยายามกลับมาบุก และมาได้ประตูชัย 2-1 ในนาทีที่ 69 จากจังหวะที่บาร์บรา บันดา เปิดบอลให้ ราเชล คุนดานันจี โหม่งเข้าประตูเป็นประตูที่สองของเธอในเกมนี้
แซมเบียคว้าชัยนัดแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกหญิง
ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ของทีมชาติแซมเบียในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง หลังจากที่พวกเขาแพ้ทั้ง 3 นัดในฟุตบอลโลกหญิงครั้งแรกเมื่อปี 2019 และแพ้ 2 นัดแรกในปีนี้ ทำให้แซมเบียมี 3 คะแนนจาก 3 นัด อยู่อันดับ 3 ของกลุ่มซี ส่วนคอสตาริกาจบเส้นทางในฟุตบอลโลกหญิง 2023 ทันที เนื่องจากแพ้ 3 นัดรวด
สถิติที่น่าสนใจในเกมนี้
จากสถิติของฟีฟ่า แซมเบียมีโอกาสยิงทั้งหมด 10 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง ขณะที่คอสตาริกามีโอกาสยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง แซมเบียครองบอล 38% ส่วนคอสตาริกาครองบอล 62% อย่างไรก็ตาม แซมเบียสามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ดีกว่า
กุนซือแซมเบียชื่นชมลูกทีม
บรูซ มวาเป หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติแซมเบีย กล่าวหลังเกมว่า "นี่คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับฟุตบอลหญิงของแซมเบีย เราทำงานหนักมาตลอด และวันนี้ทุกคนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของพวกเขา ผมภูมิใจในตัวนักเตะทุกคน"
ผลการแข่งขันกลุ่มซี นัดอื่น
ในกลุ่มซี นัดอื่น สเปนเอาชนะญี่ปุ่น 4-0 ทำให้สเปนผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนญี่ปุ่นจบอันดับ 2 ของกลุ่ม มี 6 คะแนนเท่ากับสเปน แต่สเปนมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า แซมเบียจบอันดับ 3 มี 3 คะแนน และคอสตาริกาจบอันดับ 4 มี 0 คะแนน



