สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยปรับเพิ่มจำนวนทีมเข้าร่วมจาก 32 เป็น 48 ชาติ พร้อมปรับโครงสร้างการแข่งขันใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับการขยายตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้
รายละเอียดรูปแบบใหม่ของฟุตบอลโลก 2026
ภายใต้ระบบใหม่ ฟุตบอลโลก 2026 จะแบ่งทีมออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยแต่ละทีมจะลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด หลังจากนั้นทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม รวมถึงทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 ทีม จะผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งใช้ระบบแพ้คัดออกตั้งแต่รอบนี้เป็นต้นไป จนถึงรอบชิงชนะเลิศ
การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ฟีฟ่าได้พิจารณาทางเลือกหลายรูปแบบ รวมถึงข้อเสนอให้แบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม ซึ่งถูกปฏิเสธเนื่องจากอาจเกิดปัญหาเรื่องความยุติธรรมและจำนวนนัดที่น้อยเกินไป โดยรูปแบบ 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ได้รับการโหวตเห็นชอบจากสภาฟีฟ่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
ผลกระทบต่อจำนวนนัดและกำหนดการ
การขยายทีมส่งผลให้จำนวนนัดในฟุตบอลโลกเพิ่มขึ้นจาก 64 นัด (ในระบบ 32 ทีม) เป็น 104 นัดในปี 2026 โดยฟีฟ่าระบุว่าระยะเวลาการแข่งขันจะขยายจาก 32 วันเป็น 39 วัน เพื่อรองรับโปรแกรมที่หนาแน่นขึ้น แม้ว่าทีมที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศจะยังลงเล่นสูงสุด 7 นัดเท่าเดิม แต่รอบแบ่งกลุ่มจะกินเวลานานขึ้นเนื่องจากมีกลุ่มมากขึ้น
ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน กล่าวว่า "นี่คือการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับอนาคตของฟุตบอลโลก เราต้องการให้โอกาสทีมจากทุกทวีปได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยพัฒนามาตรฐานฟุตบอลทั่วโลก"
การตอบรับจากสมาคมฟุตบอลต่างๆ
หลายชาติ โดยเฉพาะจากเอเชียและแอฟริกา แสดงความยินดีต่อการขยายทีม เนื่องจากจะเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมฟุตบอลโลก แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับภาระงานของนักเตะที่อาจเพิ่มขึ้น ด้านสหภาพนักฟุตบอลโลก (FIFPro) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ฟีฟ่าคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเตะ โดยชี้ว่าการแข่งขันที่มากขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
สำหรับทวีปเอเชีย จำนวนโควต้าทีมจะเพิ่มขึ้นจาก 4.5 เป็น 8 หรือ 9 ทีม ขณะที่แอฟริกาจะได้เพิ่มจาก 5 เป็น 9 หรือ 10 ทีม ขึ้นอยู่กับผลการคัดเลือก ส่วนอเมริกาใต้ ยุโรป และโซนอื่นๆ ก็จะได้รับโควต้าเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากรูปแบบการแข่งขันแล้ว ฟีฟ่ายังยืนยันว่าฟุตบอลโลก 2026 จะยังคงใช้เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) และอาจมีการทดลองใช้ระบบ offside กึ่งอัตโนมัติที่พัฒนาต่อยอดจากที่ใช้ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ โดยจะมีการประชุมเพื่อหารือรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมในเดือนเมษายนนี้
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1998 ที่เพิ่มทีมเป็น 32 ชาติ โดยฟีฟ่าหวังว่ารูปแบบใหม่จะช่วยเพิ่มความตื่นเต้นและรายได้จากการแข่งขัน เนื่องจากจำนวนนัดที่มากขึ้นจะดึงดูดผู้ชมและสปอนเซอร์ได้มากขึ้น



