พอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ของยูเวนตุส ถูกศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา สั่งแบนเป็นเวลา 4 ปี หลังจากตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้อาชีพนักฟุตบอลของเขาต้องยุติลงก่อนวัยอันควร
รายละเอียดคดีสารกระตุ้น
ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา มีคำสั่งลงโทษแบน พอล ป็อกบา เป็นเวลา 4 ปี เนื่องจากตรวจพบสารกระตุ้นในร่างกายของนักเตะรายนี้ โดยการตรวจพบเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2023 หลังเกมที่ยูเวนตุสเปิดบ้านเอาชนะอูดิเนเซ 3-0 ในศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งป็อกบาไม่ได้ลงเล่นในเกมดังกล่าว แต่ถูกสุ่มตรวจหลังการแข่งขัน
ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า ป็อกบามีสารดีไฮโดรอีพีแอนโดรสเตอโรน หรือ DHEA ในร่างกาย ซึ่งเป็นสารต้องห้ามตามกฎขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) โดยสารดังกล่าวมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศชาย และสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้
ปฏิกิริยาจากป็อกบาและทีมงาน
พอล ป็อกบา ได้ออกมาแสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินดังกล่าว โดยยืนยันว่าเขาไม่เคยตั้งใจใช้สารต้องห้าม และจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก (CAS) ทีมกฎหมายของป็อกบาเตรียมหลักฐานเพื่อแสดงให้เห็นว่าสารที่ตรวจพบอาจเกิดจากการปนเปื้อนหรือการรับประทานอาหารเสริมโดยไม่รู้เท่าทัน
ยูเวนตุส สโมสรต้นสังกัด ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวภายในระบุว่าสโมสรกำลังพิจารณายกเลิกสัญญากับป็อกบา เนื่องจากนักเตะจะไม่สามารถลงสนามได้เป็นเวลานาน
ผลกระทบต่ออาชีพค้าแข้ง
การแบน 4 ปี หมายความว่าป็อกบาจะหมดสัญญากับยูเวนตุสในปี 2026 และหากไม่สามารถพลิกคำตัดสินได้ เขาจะกลับมาเล่นฟุตบอลอาชีพอีกครั้งเมื่ออายุ 36 ปี ซึ่งอาจสายเกินไปสำหรับนักเตะระดับท็อป
ป็อกบาเคยเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 กับทีมชาติฝรั่งเศส และแชมป์สโมสรอีกมากมายกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยูเวนตุส อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังเขาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มตก ทำให้โอกาสในการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ดูริบหรี่
วงการฟุตบอลทั่วโลกจับตาการยื่นอุทธรณ์ของป็อกบา ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ชะตาอนาคตของนักเตะรายนี้



