ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (23 มิ.ย.) ที่ระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.91 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง โดยเงินบาทเคลื่อนไหวเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าจากความเชื่อมั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินดอลลาร์ยังคงได้รับแรงหนุนจากการแข็งค่าขึ้น เนื่องจากผู้เล่นในตลาดมีความเชื่อมั่นเกิน 100% ต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 4.50% อีกครั้ง
นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ซึ่งไม่สามารถยืนเหนือโซน 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ตามการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของดอลลาร์ถูกชะลอลงบ้างจากพัฒนาการที่ดีขึ้นของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ตลาดมีมุมมองระมัดระวังในเชิงบวก (Cautiously Optimistic) ต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ แรงขายหุ้นเทคฯ กดดัน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนลบ โดยดัชนี S&P500 ลดลง 0.37% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 1.32% ท่ามกลางแรงขายหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Alphabet -5.0% และ Amazon -4.8% จากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะกลุ่ม Healthcare นำโดย AbbVie +6.3% และหุ้นกลุ่ม Semiconductor โดยเฉพาะ Micron +6.8% จากความคาดหวังต่อผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้น ทะลุ 4.50%
บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4.50% อีกครั้ง จากความมั่นใจต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่ถูกชะลอลงจากบรรยากาศปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงิน ขณะที่ตลาดยังมีความหวังต่อการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน นายพูนประเมินว่า ความเสี่ยงสองทาง (Two-way Risk) ของบอนด์ยีลด์ยังคงอยู่ โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
แนวโน้มค่าเงินบาทยังเผชิญแรงกดดัน
นายพูน กล่าวว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญความผันผวนสองทางในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จนกว่าจะมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นรูปธรรม แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options เพื่อบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินในสภาวะที่ไม่แน่นอน
ในระยะสั้น เงินบาทอาจยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อที่สะท้อนการชะลอตัว
“มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.05 บาท/ดอลลาร์” นายพูน ระบุ
ทีทีบีคาดกรอบ 32.85-33.15 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดที่ 32.98 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากราคาปิดเมื่อวานที่ 32.96 บาท/ดอลลาร์ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปีนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีนี้ (25 มิ.ย.) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,567 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,741 ล้านบาท
ทีทีบีแนะนำกรอบค่าเงินวันนี้ USD/THB 32.85-33.15 แนะนำทยอยซื้อที่ 32.85 และขายที่ 33.15 EUR/THB 37.50-38.00 แนะนำซื้อที่ 37.50 ขายที่ 38.00 JPY/THB 0.2020-0.2070 แนะนำซื้อที่ 0.2020 ขายที่ 0.2070



