ทีมชาติเบลเยียม เปิดตัวในศึกฟุตบอลยูโร 2024 รอบคัดเลือก กลุ่ม F ได้อย่างสวยงาม หลังบุกไปเอาชนะ อิสราเอล ถึงถิ่น 3-0 ในเกมที่จัดขึ้นที่สนามบ็อกซ์วิก สเตเดียม ประเทศฮังการี เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล
ครึ่งแรกเบลเยียมครองเกมบุกหนัก
เกมนี้ เบลเยียมภายใต้การคุมทีมของ โดเมนิโก้ เทเดสโก้ ยังคงใช้ระบบ 4-3-3 ที่คุ้นเคย โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นจอมทัพผลงานเด่นในแดนกลาง ขณะที่แนวรุกใช้ โรเมลู ลูกากู, เฌเรมี่ โดกู และ เลอันโดร ทรอสซาร์ด เป็นสามประสาน
เบลเยียมครองเกมได้เหนือกว่าตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ริมเส้นของ โดกู ที่สร้างปัญหาให้แนวรับอิสราเอลตลอดครึ่งแรก จนกระทั่งนาทีที่ 17 ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงไกลของ เดอ บรอยน์ ที่ซัดด้วยซ้ายเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงาม
หลังจากนั้น เบลเยียมยังคงเดินเกมบุกต่อเนื่อง และมาได้ประตูที่สองจาก โดกู ในนาทีที่ 34 หลังรับบอลจาก ทรอสซาร์ด ก่อนจะเลี้ยงตัดเข้าในแล้วยิงด้วยขวาเสียบเสาไกล ทำให้เบลเยียมนำ 2-0 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลังเบลเยียมตอกฝาโลง
ครึ่งหลัง เบลเยียมยังคงเป็นฝ่ายบุก และมาได้ประตูปิดท้ายจาก ลูกากู ในนาทีที่ 52 จากการโหม่งเต็มหัวตามจังหวะเปิดจากลูกเตะมุมของ เดอ บรอยน์ ทำให้เบลเยียมนำห่าง 3-0 และจบเกมด้วยสกอร์นี้
ชัยชนะนัดนี้ทำให้เบลเยียมขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม F ทันที โดยมี 3 คะแนนเท่ากับ ออสเตรีย ที่เอาชนะ สวีเดน 2-0 ในนัดเดียวกัน ส่วนอิสราเอลยังไม่มีคะแนน รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม
สถิติและความสำคัญของเกม
เกมนี้ เบลเยียมครองบอลถึง 65% และมีโอกาสยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่อิสราเอลมีโอกาสยิงเพียง 5 ครั้ง และเข้ากรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
ชัยชนะนัดนี้ทำให้เบลเยียมเก็บคลีนชีตได้เป็นนัดแรกในรอบคัดเลือกยูโร 2024 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเกมรับที่ถูกวิจารณ์ก่อนหน้านี้ ขณะที่แนวรุกยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง จากผลงาน 3 ประตูในเกมนี้
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป เบลเยียมจะเปิดบ้านพบกับ ออสเตรีย ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นเกมชิงจ่าฝูงของกลุ่ม ส่วนอิสราเอลจะบุกไปเยือน สวีเดน ในวันเดียวกัน



