สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย (ส.บ.ท.) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ระบบ Video Assistant Referee (VAR) จะถูกนำมาใช้ในทุกคู่ของศึกไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 โดยเริ่มตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่ สร้างความโปร่งใสและแม่นยำในการตัดสิน
ความสำเร็จจากการทดลองใช้ VAR
การประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ ส.บ.ท. ได้ทดลองใช้ VAR ในบางคู่ของไทยลีก ฤดูกาล 2025/26 ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้เล่น โค้ช และแฟนบอล โดยเฉพาะในด้านความแม่นยำในการตัดสินประเด็นสำคัญ เช่น การล้ำหน้า การฟาล์วในเขตโทษ และการทำฟาล์วรุนแรง
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "VAR จะช่วยลดข้อผิดพลาดของกรรมการและเพิ่มความยุติธรรมให้กับทุกทีม" โดยการติดตั้งระบบ VAR ในทุกสนามจะใช้งบประมาณประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรและการบำรุงรักษาระบบ
รายละเอียดการดำเนินงาน
การติดตั้ง VAR จะครอบคลุมสนามแข่งขันของสโมสรในไทยลีกทั้ง 16 ทีม โดยแต่ละสนามจะต้องมีห้องควบคุม VAR และกล้องถ่ายทอดสัญญาณอย่างน้อย 8 ตัว เพื่อให้ครอบคลุมทุกมุมสนาม นอกจากนี้ ส.บ.ท. จะจัดอบรมผู้ตัดสิน VAR จำนวน 30 คน โดยผ่านการรับรองจาก FIFA
นอกจากนี้ ส.บ.ท. ยังมีแผนที่จะขยายการใช้ VAR ไปยังไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2027/28 เพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยโดยรวม
ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทย
การนำ VAR มาใช้เต็มรูปแบบคาดว่าจะช่วยลดข้อโต้แย้งในการตัดสินและเพิ่มความน่าเชื่อถือของลีกในสายตานานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ฟุตบอลไทยกำลังก้าวสู่ระดับเอเชีย
อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสโมสรขนาดเล็ก แต่ ส.บ.ท. ยืนยันว่าจะสนับสนุนงบประมาณบางส่วนเพื่อให้ทุกทีมสามารถปรับตัวได้
แฟนบอลไทยหลายคนแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียว่า "VAR จะทำให้ไทยลีกทันสมัยและเป็นธรรมมากขึ้น" ขณะที่บางส่วนกังวลว่าอาจทำให้เกมช้าลง แต่ ส.บ.ท. มั่นใจว่าระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อนาคตของฟุตบอลไทย
การประกาศครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของฟุตบอลไทยในการยกระดับมาตรฐานสู่สากล โดยไทยลีกจะเป็นลีกที่ 4 ในอาเซียนที่ใช้ VAR ทุกคู่ รองจากสิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย
ส.บ.ท. หวังว่าการใช้ VAR จะช่วยพัฒนาคุณภาพของผู้ตัดสินไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสโมสรและนักเตะต่างชาติที่สนใจมาเล่นในไทยลีก



