โครเอเชียพลิกนรกเข้ารอบตัดเชือก
ทีมชาติโครเอเชียสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการเอาชนะทีมชาติบราซิล เต็งหนึ่งของรายการ ในการดวลจุดโทษ 4-2 หลังจากเสมอกัน 1-1 ในเวลาปกติและต่อเวลาพิเศษ ณ สนามการศึกษาแห่งชาติ ลูซัยล์ สเตเดียม ประเทศกาตาร์ เมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคม 2565
เกมการแข่งขันที่เข้มข้น
บราซิลเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่าตลอดทั้งนัด แต่โครเอเชียซึ่งเป็นรองแชมป์เก่าปี 2018 เล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่นและรอจังหวะสวนกลับ ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก นาทีที่ 105+1 เมื่อเนย์มาร์ จูเนียร์ ดาวเตะทีมชาติบราซิล ซัดประตูให้ทีมนำ 1-0 ซึ่งเป็นประตูที่ 77 ของเขาในนามทีมชาติ แซงหน้าตำนานเปเล่ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของบราซิล
อย่างไรก็ตาม โครเอเชียไม่ยอมจำนง พวกเขาตีเสมอได้สำเร็จในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง นาทีที่ 117 จากลูกยิงของบรูโน เปตโควิช หลังจากบรูโน กิมาไรช์ โหม่งชงให้ ส่งผลให้เกมต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ
การดวลจุดโทษ
ในการยิงจุดโทษ โครเอเชียยิงแม่นยำทั้ง 4 คน ได้แก่ นิโคลา วลาซิช, ลอฟรอ มาเยอร์, ลูกา โมดริช และมีสลาฟ ออร์ซิช ขณะที่บราซิลพลาดถึง 2 ครั้ง โรดรีโก ยิงติดเซฟของโดมินิค ลิวาโควิช ผู้รักษาประตูโครเอเชีย ส่วนมาร์กินโญส ยิงชนเสา ทำให้โครเอเชียชนะไป 4-2
โดมินิค ลิวาโควิช นายทวารโครเอเชีย โชว์ฟอร์มเซฟจุดโทษได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถเซฟลูกยิงของโรดรีโกได้ และยังเซฟอีกครั้งในเกมนี้ รวมถึงเซฟจุดโทษในรอบที่แล้วที่ชนะญี่ปุ่น ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ของทีม
สถิติและความสำคัญ
นี่เป็นครั้งที่สามติดต่อกันที่โครเอเชียผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ต่อจากปี 1998 ที่ได้อันดับสาม และปี 2018 ที่เป็นรองแชมป์ ขณะที่บราซิลตกรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน หลังจากแพ้เบลเยียมในปี 2018
เนย์มาร์กล่าวหลังเกมว่า "มันเป็นความเจ็บปวดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม ผมทำทุกอย่างเพื่อทีม แต่ฟุตบอลบางครั้งก็โหดร้าย" ขณะที่ลูกา โมดริช กัปตันทีมโครเอเชีย กล่าวว่า "เราทำได้อีกครั้ง นี่คือทีมที่มีจิตใจไม่ยอมแพ้ เราภูมิใจในผลงานนี้"
ผลกระทบต่อการแข่งขัน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้โครเอเชียผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งก่อนหน้านี้เอาชนะเนเธอร์แลนด์ในการดวลจุดโทษเช่นกัน โดยรอบรองชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 13 ธันวาคม 2565
การตกรอบของบราซิลทำให้แฟนบอลทั่วโลกตกตะลึง เนื่องจากบราซิลเป็นทีมเต็งแชมป์และมีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งในรอบแบ่งกลุ่ม แต่โครเอเชียพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาเป็นทีมที่อันตรายในนัดสำคัญ โดยเฉพาะในเกมที่ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ



