เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา นำโดยนางสาวภัทรา เชาว์ปรัชญากุล หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ชาวบ้านพบโครงกระดูกมนุษย์และหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมาก บริเวณกลางเขื่อนมูลบน ท้องที่บ้านตลิ่งชัน หมู่ที่ 9 ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังกำหนดชื่อว่า แหล่งโบราณคดีเขื่อนมูลบน 1 เนื่องจากระดับน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง
พบภาชนะพิมายดำสมบูรณ์และโบราณวัตถุจำนวนมาก
ในการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบภาชนะดินเผาแบบพิมายดำ ลักษณะคล้ายบาตรหรือชาม อายุราว 1,500-2,500 ปี ในสภาพสมบูรณ์ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร พร้อมชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบหลักฐานทางโบราณคดีร่วมสมัย เช่น ลูกปัดแก้วสีส้มจำนวนหนึ่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เครื่องมือเหล็ก แวดินเผา ขวานหินขัด และภาชนะดินเผาที่ฝังเป็นเครื่องอุทิศของโครงกระดูกมนุษย์
สันนิษฐานเป็นโนนฝังศพโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย
นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา เปิดเผยว่า จุดนี้มีลักษณะเป็นร่องรอยของเนินดินฝังศพของคนในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ความพิเศษของแหล่งโบราณคดีเขื่อนมูลบน 1 คือการพบภาชนะดินเผาแบบพิมายดำสมบูรณ์เต็มใบ ซึ่งส่วนใหญ่มักพบเฉพาะชิ้นส่วน ทำให้สามารถกำหนดอายุได้อย่างคร่าว ๆ ค่อนข้างแน่ชัดว่าอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายสมัยเหล็ก อายุระหว่าง 2,500 ถึง 1,500 ปีมาแล้ว ภาชนะรูปแบบนี้พบกระจายตัวในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน แต่ไม่คาดคิดว่าจะพบในพื้นที่สูงขนาดนี้ เพราะถัดไปคือต้นแม่น้ำแล้ว ถือเป็นเนินดินใหญ่ที่มีร่องรอยการฝังศพ
ความสำคัญทางวิชาการและการเชื่อมโยงแหล่งโบราณคดีในพื้นที่
นายวรรณพงษ์กล่าวว่า ในอนาคตหากมีการศึกษาทางวิชาการ จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ในพื้นที่ครบุรี เนื่องจากที่ผ่านมาที่อำเภอครบุรีมีการสำรวจพบแหล่งโบราณคดีเป็นจุด ๆ เช่น ที่ตำบลสระว่านพระยาและตำบลลำเพียก แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีมากกว่านั้น เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน ทำให้สามารถเชื่อมโยงได้ว่าแต่ละจุดน่าจะมีระยะเวลาร่วมสมัยกัน คือยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย



