อธิบดีกรมอุทยานฯ แจงปม #saveทับลาน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ชี้แจงกรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติให้ทบทวนมติ ครม.ปี 2566 ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ยืนยันว่าไม่มีการ "เฉือนป่า" ตามที่หลายฝ่ายกังวล และเตรียมตั้งคณะกรรมการกลางฯ เพื่อคัดกรองสิทธิอย่างเข้มงวด ช่วยเหลือเฉพาะชาวบ้านดั้งเดิมที่อยู่อย่างถูกต้องให้ถูกกฎหมาย ส่วนนายทุนหรือผู้มีคดีความหมดสิทธิแต่แรก
พื้นที่เพิกถอน 5 กลุ่ม เนื้อที่กว่า 2.6 แสนไร่
มติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเสนอให้เพิกถอนพื้นที่ออกจากแนวเขตอุทยานฯ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก.) ราว 5 หมื่นไร่ กลุ่ม 2 โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตามมติ ครม.ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8 พันไร่ กลุ่ม 3 โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม.ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 8.75 หมื่นไร่ กลุ่ม 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต สปก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ 1.09 แสนไร่ ต้องพิสูจน์สิทธิตามมาตรา 64 และกลุ่ม 5 ที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ 6 พันไร่ รวมพื้นที่เพิกถอนประมาณ 2.6 แสนไร่ ขณะที่พื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานฯ มีเนื้อที่ประมาณ 86,966.29 ไร่
ยันไม่ใช่เฉือนป่า ช่วยคนถูกต้องตามประวัติศาสตร์
นายอรรถพล กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีโครงการของรัฐเข้าไปจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้ราษฎรก่อนประกาศเขตอุทยานฯ ดังนั้นผู้ที่ได้รับสิทธิจากรัฐควรได้รับการช่วยเหลือ โดยไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับสิทธิ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ หากอยู่มาก่อนควรได้รับการช่วยเหลือ "หากเราไม่แก้ปัญหาคนเหล่านี้จะถูกทอดทิ้ง ถ้าจะบอกว่าเฉือนป่า อันนี้ยิ่งไม่ใช่ เพราะมันไม่มีการเฉือนป่า แต่เราแก้ไขปัญหา จัดระเบียบชุมชนที่อยู่ในป่าหรือรอบๆ ป่า ด้วยการช่วยเหลือคนที่อยู่อย่างถูกต้อง และไม่ให้คนที่ไม่ถูกต้องเข้ามาปะปน อย่าไปตีขลุม เพราะไม่เช่นนั้นคนที่เดือดร้อนจะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลย เป็นเรื่องที่อันตราย อย่าสื่อสารกันไปในทางที่ผิด"
ตั้งกรรมการกลางคัดกรองสิทธิเข้ม
ล่าสุดมีการพูดคุยตั้งคณะกรรมการกลางร่วมกันหลายหน่วยงาน ไม่ปล่อยให้ สปก. กรมป่าไม้ หรือกรมอุทยานฯ ดูแลเพียงหน่วยงานเดียว คณะกรรมการกลางฯ จะสอบสวนสิทธิ คัดกรองไม่ให้กลุ่มที่ไม่ถูกต้องเข้ามาครอบครองพื้นที่ ให้เฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่มาแต่เดิม ทั้งที่ทับซ้อน สปก. พมพ. และ คจก. โดยจะลงพื้นที่สอบสวนสิทธิ ดูหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ ลักษณะความเป็นอยู่ การสอบพยาน ซึ่งตรวจสอบได้ไม่ยากว่าใครอยู่ก่อนหรืออยู่หลัง เมื่อสอบสวนเสร็จจะประกาศ หากมีความผิดพลาดย่อมมีผู้ทักท้วง
กลุ่ม 2 ยังมีประเด็น กลุ่ม 1,3,5 เพิกถอนแน่
นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม 4 ยังพักไว้ชั่วคราว ส่วนกลุ่ม 2 ที่หลายคนอยากให้พักการเพิกถอนไว้ก่อนเช่นกัน แต่กลุ่ม 1, 3, 5 จะเพิกถอนเขตอุทยานฯ แน่นอนเพราะมีประวัติศาสตร์ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้สิทธิ ต้องดูคุณสมบัติอีกครั้ง ยืนยันว่ากระบวนการนี้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง รัฐบาลพยายามทำมาโดยตลอด เป็นมาตรฐานให้ความสำคัญและความเป็นธรรมต่อประชาชน บนฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะไม่มีการนำพื้นที่ป่าไปทำให้เสียหาย
พื้นที่กันชนป่ามีอยู่แล้ว ชาวบ้านระวังสัตว์ป่า
ส่วน "พื้นที่กันชนป่า" ที่หลายคนกังวล ยืนยันว่ามีอยู่แล้ว ชุมชนที่อยู่ติดป่าจะมีรูปแบบความระมัดระวังในการสร้างสิ่งปลูกสร้าง การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสม ส่วนหนึ่งเพราะชาวบ้านต้องระวังสัตว์ป่าที่จะออกมานอกพื้นที่ เช่น ช้างป่า "ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้เลยว่าสิ่งที่เราทำนั้นมาถูกทางแล้ว ไม่เช่นนั้นจะแก้ไขปัญหาแบบนี้ทั่วประเทศไม่ได้เลย ถ้าไปแก้ที่อื่นแล้วมีการจุดกระแสอีกก็ไม่ต้องทำกัน ท้ายที่สุดเราก็จะทิ้งปัญหาไว้อยู่แบบนี้"
ขั้นตอนต่อไปรอมติ กมธ.การที่ดิน 25 มิ.ย.
ขั้นตอนจากนี้จะรอมติจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการการที่ดิน ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จากนั้นจะนำมติหรือข้อสังเกตต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และเสนอต่อไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกเป็นมติ ครม. ต่อไป



