สหรัฐฯส่งคำขาดยุโรปเลิกค้าอาวุธอิหร่านหลังUNSCขยายเวลาคว่ำบาตร
สหรัฐฯส่งคำขาดยุโรปเลิกค้าอาวุธอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อนานาประเทศ โดยเฉพาะชาติพันธมิตรในยุโรป หลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติขยายเวลาคว่ำบาตรอาวุธต่ออิหร่าน แต่ไม่เป็นไปตามที่สหรัฐฯ ต้องการ สหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวกับทุกประเทศที่ดำเนินการซื้อขายอาวุธกับอิหร่าน โดยไม่สนว่า UNSC จะมีมติอย่างไร

สหรัฐฯ ไม่พอใจมติ UNSC เรื่องอาวุธอิหร่าน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา UNSC ได้ลงมติเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ต้องการขยายเวลาคว่ำบาตรอาวุธต่ออิหร่านต่อไปอีกอย่างไม่มีกำหนด แต่ผลปรากฏว่ามติดังกล่าวไม่ผ่าน เนื่องจากมีเพียง 2 เสียงเห็นด้วย (สหรัฐฯ และสาธารณรัฐโดมินิกัน) ส่วนอีก 11 เสียงงดออกเสียง รวมถึงรัสเซียและจีนที่คัดค้าน สหรัฐฯ จึงแสดงความไม่พอใจอย่างมาก

ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสามารถจัดหาอาวุธได้ โดยสหรัฐฯ จะใช้มาตรการคว่ำบาตรกับทุกประเทศที่ละเมิดข้อห้ามดังกล่าว ซึ่งรวมถึงชาติในยุโรปที่ยังคงต้องการคงข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านไว้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยุโรปไม่ยอมรับอำนาจสหรัฐฯ ในเรื่องนี้

ฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ออกมาโต้กลับทันที โดย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ EU ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวในเรื่องนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 ดังนั้น สหรัฐฯ จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนร่วมในข้อตกลงนี้ และไม่มีอำนาจที่จะเรียกร้องให้ UNSC ลงโทษอิหร่านได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บอร์เรลล์ยังย้ำว่า EU จะเดินหน้าปกป้องข้อตกลง JCPOA ต่อไป และจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ มาบงการนโยบายต่างประเทศของยุโรป สถานการณ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นอิหร่านที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ผลกระทบต่อภูมิภาคและความมั่นคงโลก

การขู่คว่ำบาตรของสหรัฐฯ สร้างความกังวลต่อตลาดน้ำมันและความมั่นคงในตะวันออกกลาง เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และการคว่ำบาตรอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน นอกจากนี้ ยังอาจกระทบต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศมองว่า การที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการฝ่ายเดียวอาจทำให้เกิดการแตกแยกใน UNSC และลดทอนประสิทธิภาพขององค์การสหประชาชาติในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าจะใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านกลายเป็นภัยคุกคามต่อโลก