สหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่ต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้ดัชนีความร้อนพุ่งสูงถึงประมาณ 46.1 องศาเซลเซียส ประชาชนกว่า 250 ล้านคนตกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนการเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐฯ ครบรอบ 250 ปี และอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังดำเนินอยู่ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงเร็วผิดปกติเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในยุโรป
ประกาศเตือนภัยครอบคลุม 120 ล้านคน ขยายวงกว้างเป็น 250 ล้านคน
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศร้อนจัดขั้นรุนแรง โดยเริ่มแรกครอบคลุมประชากรราว 120 ล้านคน ก่อนที่มวลความร้อนจะแผ่ขยายวงกว้างนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป ส่งผลให้ประชาชนราว 250 ล้านคน หรือเกือบทั้งประเทศ ตั้งแต่แถบมิดเวสต์ ลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี ไปจนถึงชายฝั่งตะวันออก ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เป็นอันตราย
ปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" ซึ่งเกิดจากระบบความกดอากาศสูงที่กักเก็บความร้อนและความชื้นไว้ในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิปกติพุ่งสูงถึง 35–40.5 องศาเซลเซียส แต่เมื่อรวมกับความชื้นสะสมสูง จะทำให้ประชาชนสัมผัสได้ถึง "ดัชนีความร้อน" หรืออุณหภูมิความรู้สึกจริง สูงถึง 37.8–46.1 องศาเซลเซียส ซึ่งคาดว่าจะทุบสถิติอุณหภูมิสูงสุดรายวันในหลายพื้นที่
วันชาติสหรัฐฯ ครบรอบ 250 ปี ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนระอุ
วิกฤตความร้อนครั้งนี้มาเยือนตรงกับช่วงวันหยุดยาวเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐฯ ครบรอบ 250 ปี ซึ่งมีกำหนดการจัดพาเหรด การแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้ง และการล่องเรือประจำปี เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก บอสตัน และฟิลาเดลเฟีย ต่างได้รับคำเตือนให้ระวังอันตรายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
นายโซห์ราน มามดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ได้ประกาศแผนฉุกเฉินรับมือภัยร้อน โดยสั่งเปิด "ศูนย์คลายร้อน" หลายร้อยแห่งทั่วเมือง รวมถึงที่อาคารนิทรรศการจาวิตส์เซนเตอร์ และการส่งรถตู้เคลื่อนที่นำน้ำดื่ม สารเกลือแร่ และครีมกันแดดไปแจกจ่ายแก่ผู้พิการและคนไร้บ้าน นอกจากนี้ ทางการได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการในย่าน "ไทม์สแควร์" ลดความสว่างของป้ายโฆษณาบิลบอร์ดลง และขอความร่วมมือให้ร้านค้าตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 25.5 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันระบบสายส่งกระแสไฟฟ้าขัดข้อง
ฟุตบอลโลกท่ามกลางคลื่นความร้อน กระทบนักกีฬาและแฟนบอล
สภาพอากาศที่ร้อนระอุในครั้งนี้ยังสร้างความกังวลให้กับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสมาคมนักฟุตบอลอาชีพโลก ระบุว่า ดัชนีความร้อนในบางแมตช์พุ่งสูงเกินขีดจำกัดความปลอดภัยของนักกีฬา โดยที่รัฐเท็กซัส อุณหภูมิพุ่งสูงที่สุดในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแฟนบอลที่ต้องเดินทางเข้า-ออกสนามแข่งขันที่มีระบบปรับอากาศในเมืองฮิวสตันและอาร์ลิงตัน
ส่วนที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย แฟนบอลและนักกีฬาในแมตช์ระหว่างทีมชาติอังกฤษพบทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ต้องเผชิญอากาศที่ร้อนจัดเช่นกัน และที่นครโตรอนโตของแคนาดา ได้ประกาศเตือนภัยระดับสีส้มในรัฐออนแทรีโอ โดยในวันพฤหัสบดีนี้โตรอนโตมีคิวเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 35-37 องศาเซลเซียส
ผลกระทบต่อประชาชนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศระบุว่า เมืองใหญ่ที่มีสิ่งปลูกสร้างเป็นคอนกรีต ยางมะตอย และเหล็กกล้า จะทำหน้าที่ดูดซับและกักเก็บความร้อน ทำให้ผู้พักอาศัยรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิที่รายงานบนหน้าจอโทรศัพท์ ประชาชนในพื้นที่ต่างปรับตัวและได้รับผลกระทบถ้วนหน้า
ดานา โรเบลส ผู้อาศัยในเมืองบราวน์สวิลล์ รัฐเท็กซัส เล่าด้วยความกังวลว่า ค่าไฟในเดือนนี้อาจพุ่งสูงเกิน 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,000 บาท) ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของค่าเช่าบ้าน และเธอยังกลัวว่าหากเกิดไฟดับ อาหารในตู้เย็นจะเน่าเสียทั้งหมด ขณะที่เอมี คาสปาร์ นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในชิคาโก กล่าวเปรียบเทียบว่า "สภาพอากาศตอนนี้เมื่อรวมกับลมพัด มันรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนอยู่ข้างหลังท่อไอเสียของรถบัสตลอดเวลา"
นักวิทยาศาสตร์ชี้คลื่นความร้อนเป็นผลจากภาวะโลกร้อน
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันการศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยืนยันว่า คลื่นความร้อนที่รุนแรงและมาเร็วขึ้นในปัจจุบัน เป็นผลกระทบที่สามารถชี้วัดได้ชัดเจนที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เช่นเดียวกับที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุโรปตะวันตกก่อนหน้านี้ ซึ่งหากไม่มีภาวะโลกร้อน เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในลักษณะนี้แทบจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้



