กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นบัญชีดำกลุ่มอัลกออิดะห์ในอนุทวีปอินเดีย (Al-Qaeda in the Indian Subcontinent: AQIS) และกองกำลังคูห์ (Kuh Force) เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ (Foreign Terrorist Organization: FTO) และผู้ก่อการร้ายระดับโลกที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ (Specially Designated Global Terrorist: SDGT) ตามประกาศของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567
รายละเอียดการขึ้นบัญชีดำ
การประกาศดังกล่าวมีผลให้ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทั้งหมดของทั้งสองกลุ่มที่อยู่ในอำนาจศาลของสหรัฐฯ หรืออยู่ภายใต้การครอบครองของบุคคลในสหรัฐฯ ถูกอายัด และห้ามบุคคลในสหรัฐฯ ทำธุรกรรมใดๆ กับกลุ่มเหล่านี้ โดยผู้ที่ให้การสนับสนุนทางวัตถุหรือทรัพยากรแก่กลุ่มดังกล่าวอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญา
อัลกออิดะห์ในอนุทวีปอินเดียเป็นสาขาของเครือข่ายอัลกออิดะห์ที่ปฏิบัติการในเอเชียใต้ โดยมีเป้าหมายในการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค ขณะที่กองกำลังคูห์เป็นกลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถาน มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มตาลีบันและเครือข่ายอัลกออิดะห์
ผลกระทบและนโยบายของสหรัฐฯ
การขึ้นบัญชีดำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่คุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและความไม่สงบมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำกลุ่มอัลกออิดะห์ในอนุทวีปอินเดียและกองกำลังคูห์เพิ่มเติมจากรายชื่อองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศที่มีอยู่เดิม ซึ่งรวมถึงกลุ่มอัลกออิดะห์หลักและกลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อตัดตอนทางการเงินและลดความสามารถในการปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้าย
“การกำหนดครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้มีพื้นที่ในการดำเนินการและหาเงินทุน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
อินเดียและปากีสถานซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อการร้ายในภูมิภาค ต่างแสดงท่าทีสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยอินเดียระบุว่ากลุ่มอัลกออิดะห์ในอนุทวีปอินเดียเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาค ขณะที่ปากีสถานย้ำถึงความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศมองว่าการขึ้นบัญชีดำครั้งนี้จะช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มก่อการร้ายและลดความสามารถในการระดมทุน แต่ก็ยังคงมีความท้าทายในการบังคับใช้มาตรการอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่รัฐบาลกลางมีอำนาจจำกัด



